เช็กอาการซึมเศร้าในยุคสังคมก้มหน้า จำกัดเวลาการใช้สื่อออนไลน์ช่วยได้
โรคซึมเศร้าพบได้บ่อยในสังคมยุคดิจิทัลที่อะไรๆ ก็รวดเร็ว ทำให้สังคมมนุษย์เรายิ่งใกล้ยิ่งห่าง ยังไม่นับความเครียดสะสมจากงาน ปัญหาทางใจจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ต้องเข้าใจก่อนว่าโรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคจิต ถึงแม้โรคซึมเศร้าเกิดจากหลายสาเหตุทั้งจากความเครียดสะสม ปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ การสูญเสียใหญ่ๆ ในชีวิต การมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิด แต่สาเหตุหลักๆ คือความผิดปกติหรือไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง อย่างสารเซโรโทนิน (Serotonin) และนอร์เอพิเนฟรีน (Norepinephrine) ที่ลดลงกว่าระดับปกติ จึงส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดและระดับความสุขในชีวิตของผู้ที่มีภาวะโรคซึมเศร้า
Freepik/freepik
ซึมเศร้า
8 สัญญาณให้คนทำงานหมั่นสังเกตตัวเอง
เมื่อไหร่ที่เริ่มสับสนว่าเราแค่เครียดเรื่องงาน หรือเป็นอาการเริ่มต้นของโรคซึมเศร้ากันแน่นะ ให้ลองสังเกต 8 สัญญาณนี้ ถ้ามีมากกว่า 5 อาการติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์ สงสัยเลยว่าเราอาจต้องรีบหาทางแก้ หรือปรึกษาแพทย์ก่อนจะเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าขั้นเรื้อรัง
- รู้สึกว่างเปล่าหรือสิ้นหวัง อยู่ๆ ก็มองไม่เห็นคุณค่าในตัวเองอย่างที่เคยเป็น
- เบื่อในสิ่งที่เคยชื่นชอบ ไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบทำอีกต่อไป
- นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ นอนนานผิดปกติ
- รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไร
- ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้ รู้สึกกระสับกระส่าย หงุดหงิด กระวนกระวายใจ
- น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากแบบผิดปกติ เพราะพฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป
- ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าตัดสินใจอย่างที่เคยเป็น
- มีความคิดว่าอยากตาย รู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ (ข้อนี้สำคัญมาก มีสัญญาณนี้เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์โดยด่วน)
เช็กอาการโรคนอนไม่หลับ เพิ่มโรคเรื้อรัง เสี่ยงป่วยซึมเศร้า 2 เท่า!
มาป้องกันโรคซึมเศร้ายุคใหม่
- จำกัดเวลาการใช้สมาร์ทโฟน นอกเหนือจากการใช้เพื่อทำงาน ควรตั้งกฎกับตัวเองว่าเราจะเล่นโซเชียลวันละไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อครบแล้วให้วางทันที แล้วลุกไปทำกิจกรรมอื่นแทน
- ดูคอนเทนต์อะไรที่เปิดโลกและสร้างสรรค์ ถ้าวางมือถือลงไม่ได้จริงๆ แนะนำให้ดูคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ไปเลย แทนที่จะส่องเฟซบุ๊กคนอื่น ลองเปลี่ยนเป็นเข้า Netflix หรือ YouTube แล้วดูรายการประเภทที่จะจุดประกายชีวิตเรา เช่น สารคดีอาหาร หรือการท่องเที่ยวต่างประเทศ
- หาเวลาว่างทำ Vlog ในสิ่งที่เราถนัดและแชร์ออกไป ถ้าเพิ่งคิดว่ามันยาก ให้คุณลองค้นหาตัวเองดูว่าอะไรที่เราทำได้ดี เรื่องไหนที่เราเชี่ยวชาญ สิ่งไหนที่เราเล่าให้เพื่อนฟังทีไร เพื่อนจะต้องร้องว๊าววว นั่นแหละคือความเจ๋งในตัวคุณ แค่เล่ามันออกมา ถ่ายวิดีโอตัวเองแบบง่ายๆ ฝึกตัดต่อวิดีโอด้วยสมาร์ทโฟน แล้วแชร์ออกไปบนโลกโซเชียล แค่นี้คุณก็จะสนุกและได้อินสไปร์คนอื่นๆ ต่อไปอีกด้วย
อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของการป้องกันโรคซึมเศร้า คือการมีความสุขในชีวิต เห็นคุณค่าในตัวเอง รักตัวเองเป็น ดังนั้น แค่คุณอย่าเก็บตัวอยู่เฉยๆ ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมอะไรก็ได้ ขอเพียงลงมือทำ แล้วคุณจะมองเห็นข้อดีในทุกสิ่งที่ทำได้แน่นอน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
เปิด 9 ข้อเกณฑ์วินิจฉัย “โรคซึมเศร้า” เป็นนานแค่ไหนควรพบแพทย์