สาเหตุปวดคอ ย้ำปวดนานกว่า 2 สัปดาห์ควรพบแพทย์ เสี่ยงกระดูกต้นคอเสื่อม
รู้หรือไม่ ? อิริยาบถที่ไม่เหมาะสม เครียดสะสม ทำให้เกิดอาการปวดคอ เมื่อยล้าได้ แต่หากปวดนานเกิน 2 สัปดาห์ควรรีบพบแพทย์ เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนอันตราย
ปวดคอ (Neck Pain) เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะวัยทำงานที่มีโอกาสพบเจอได้มากที่สุด เนื่องจากมีการใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักและอยู่กับท่าเดิมๆ เป็นเวลานาน ไม่แปลกที่จะเกิดเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม นิ้วล็อค เอ็นข้อมืออักเสบ เป็นโรคหลักยอดฮิตที่เจอได้ในกลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งความรุนแรงเองก็มีหลายระดับ อาจรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อคอตึง ปวดคอไม่หาย
บางรายเมื่อระดับความรุนแรงของโรคมากขึ้น ก็จะมีเรื่องของการปวดร้าวต้นคอ ปวดคอ ขยับไม่ได้ กล้ามเนื้อคออักเสบ กล้ามเนื้อกระตุกหรือตึงตัว รวมไปจนถึงอาการรุนแรงอย่างการปวดกระดูกต้นคอ เป็นต้น
อาการปวดคอเกิดจากสาเหตุอะไร
- อิริยาบถที่ไม่เหมาะสมที่ไม่ถูกต้องเป็นระยะเวลานาน อาทิ สถานที่ทำงานไม่เหมาะสม เช่น การที่ระดับความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ทำงานไม่สัมพันธ์กัน การใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เป็นระยะเวลานาน ลักษณะท่าทางที่ก้มหน้าหรือเงยหน้ามากจนเกินไป ท่าทางการนอนไม่เหมาะสม หรือหมอนสูงเกินไป ไม่สัมพันธ์กับสรีระร่างกาย พฤติกรรมชอบสะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากจนเกินไป
- เครียดสะสม อาจส่งผลให้เกิดการปวดคอหรือปวดบริเวณท้ายทอยได้ เพราะความเครียด จะทำให้กล้ามเนื้อต่างๆ เกิดการหดเกร็งเป็นระยะเวลานาน เมื่อไม่มีการคลายตัวลง ก็จะส่งผลให้อาการปวดคอยังคงอยู่ และในบางรายที่มีลักษณะงานหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ตึงเครียดเป็นประจำ ก็อาจทำให้เกิดเป็นอาการปวดก้านคอเรื้อรัง รักษาได้ยากขึ้น เป็นต้น
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดการปวดคอได้เช่นกัน เนื่องจากการนอน เป็นการดูแลระบบต่างๆ ภายในร่างกายให้เกิดความสมดุล มีการซ่อมแซมฟื้นฟูตนเองเกิดขึ้นในหลายๆ จุด รวมไปจนถึงเรื่องของฮอร์โมนและสารเคมีภายในร่างกาย ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบหนักมาก
- กล้ามเนื้ออักเสบ อาจทำให้บุคคลนั้น เกิดอาการปวดตึงบริเวณคอหรือต้นคอ ไม่สามารถเคลื่อนไหวคอได้สะดวก หรือมีอาการลามไปยังศีรษะ ไหล่ และหลังได้
- กระดูกต้นคอเสื่อม สาเหตุที่มักพบได้บ่อยในกลุ่มวัยผู้สูงอายุ เนื่องจากอายุมากขึ้น จะทำให้ข้อต่อหรือกระดูกต่างๆ เกิดการเสื่อมและบางลง นอกจากเรื่องของกระดูกต้นคอเสื่อม ก็ยังมีเรื่องกระดูกคออักเสบที่คล้ายคลึงกัน โดยหากผู้ที่มีประวัติเป็นโรคที่เกี่ยวกับข้ออักเสบ เช่น โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบ หรือโรครูมาตอยด์ ก็จะมีโอกาสที่จะเกิดกล้ามเนื้อคออักเสบเรื้อรัง หรือชาตามแขนขาได้เช่นกัน
- เคยบาดเจ็บบริเวณกระดูกคอ การบาดเจ็บหรือได้รับอุบัติเหตุบริเวณกระดูกคอ เป็นการที่อวัยวะส่วนนั้นต้องเคลื่อนไหวแบบผิดทิศทางหรือท่าทางไม่เหมาะสมในระยะเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการคอเคล็ด การฉีกขาดของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่อยู่ภายใน รวมไปจนถึงเรื่องของกระดูกคอเคลื่อนจากจุดที่เหมาะสมหรือกระดูกคอหักได้
กลุ่มอาการปวดคอ
- กลุ่มอาการปวดคอเพียงอย่างเดียว สามารถรักษาได้ง่ายกว่าประเภทอื่นๆ เนื่องจากระดับความรุนแรงค่อนข้างน้อย และไม่ซับซ้อนมากนัก แต่หากมีอาการปวดคอ กล้ามเนื้อคอตึงบ่อยๆ ควรเข้าพบแพทย์ เพื่อค้นหาสาเหตุว่าเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมหรือไม่ เนื่องจากการเข้ารับการรักษาออฟฟิศซินโดรม ยิ่งรู้ตัวเร็ว ก็จะส่งผลให้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมาณและมีโอกาสที่จะรักษาหายได้เร็วกว่าผู้ที่เป็นโรคออฟฟิศซินโดรมระยะที่มีความรุนแรงมาก
- กลุ่มอาการปวดคอจากการกดทับเส้นประสาท กลุ่มอาการปวดคอจากการกดทับเส้นประสาท จุดเด่นที่สามารถสังเกตได้ง่าย คือ การที่เรามีอาการปวดคอร้าวขึ้นหัว ปวดร้าวลงไปยังแขนขา บางรายอาจมีอาการชาตามบริเวณใกล้เคียงและอ่อนแรงร่วมกับอาการปวดคอด้วย โดยกลุ่มอาการนี้ อาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคพังผืดทับเส้นประสาท หากคุณมีอาการดังกล่าว หรือเริ่มมีอาการขยับไหล่ ขยับนิ้วหรือยกข้อมือลำบากไม่เหมือนอย่างที่เคยเป็น อย่ารอช้า รีบเข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว
- กลุ่มอาการปวดคอจากการกดทับไขสันหลัง กลุ่มอาการปวดคอจากการกดทับไขสันหลัง เป็นกลุ่มที่สังเกตได้ยากที่สุด เนื่องจากระยะอาการแรกเริ่มน้อย ไม่ค่อยแสดงอาการชัดเจน จนถึงจุดที่ระดับความรุนแรงมาก จึงจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยทั่วไปจะมีลักษณะอาการปวดคอ ชาหรืออ่อนแรงตามส่วนต่างๆ เจ็บกล้ามเนื้อ มีความยากลำบากในการทรงตัว
ปวดคอ..เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์
- ระยะเวลาในการปวดคอนานกว่า 2 สัปดาห์
- ไม่สามารถเคลื่อนไหวทิศทางได้ตามปกติ เช่น ไม่สามารถหมุนคอไปทางทิศใดทิศหนึ่งได้ มีความยากลำบาก หรืติดขัดในการหันมองไปยังทิศทางต่างๆ
- เกิดอาการปวด ชา อ่อนแรง ที่อวัยวะอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น รู้สึกแขนขาไม่ค่อยมีแรง ปวดร้าวลงแขน ปวดข้อต่างๆ ตามร่างกาย
- หลังจากประสบอุบัติเหตุ เริ่มมีอาการปวดคอขึ้น
- พบลักษณะอาการอื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น เริ่มมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เจ็บหน้าอก ฯลฯ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากอาการปวดคอ
- เกิดความเสียหายที่บริเวณเส้นประสาท
- พบอาการชาหรืออ่อนแรงตามแขนและขา
- ความวิตกกังวลและความเครียดเพิ่มสูงขึ้น
- มีความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การออกกำลังกาย และการเข้าสังคม
- กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นและความแข็งแรงน้อยลง
- เคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณคอได้น้อยกว่าปกติ
- น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น
- จากอาการปวดคอ อาจลามไปยังบริเวณข้างเคียงได้ เช่น มีอาการปวดไหล่ขึ้น
แพทย์เตือน “โรคไขสันหลังอักเสบ” สาเหตุจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ อาการที่ต้องระวัง
วิธีรักษาบรรเทาอาการปวดคอ
- ปรับอิริยาบท
- การนั่ง ยืน เดิน ด้วยไหล่และหลังที่ตั้งตรงในระนาบเดียวกัน
- จัดสรรแบ่งเวลาพักให้ตนเอง ไม่ทำงานต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน
- สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี เช่น การปรับระดับความสูงระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้ให้สัมพันธ์กัน เลือกใช้เก้าอี้สุขภาพที่เข้ากับสรีระร่างกาย
- หลีกเลี่ยงการสะพายกระเป๋าหนัก
- งดการคุยโทรศัพท์แบบเอียงคอหรือแนบคอ
- เปลี่ยนหมอนให้ไม่สูงเกินไป พอดีกับสรีระร่างกาย
- ประคบร้อน-เย็น คุณสามารถบรรเทาอาการปวดคอได้ด้วยการประคบร้อน-เย็น บริเวณที่ปวด ประมาณ 15-20 นาที ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัวมากขึ้น อากรปวดคอต่างๆ จะค่อยๆทุเลาลง
- กายภาพบำบัด การเข้ารับการทำกายภาพบำบัด เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยในศาสตร์ของกายภาพบำบัด จะมีทั้งเรื่องของการใช้เครื่องพยุงคอ เครื่องช่วยนวด และการฝึกบริหารกล้ามเนื้อคอ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอต่อไป
- ด้วยการใช้ยา เบื้องต้นคุณสามารถลดอาการปวดตึงต้นคอด้วยการรับประทานยาแก้ปวดทั่วไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เป็นเพียงแค่การบรรเทาอาการปวดในเบื้องต้นเท่านั้น หากเฝ้าดูอาการประมาณ 5-7 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดเพิ่มเติม
- รักษาด้วยการผ่าตัด จะใช้ในกรณีที่บุคคลนั้นรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล หรือเป็นบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากอาการปวดคอเป็นอย่างมาก เช่น เจ็บปวดบริเวณคอเป็นระยะเวลานาน ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง มีอาการปวดคอร่วมกับอาการทางระบบประสาทของแขนและขา เริ่มมีปัญหาทางด้านการทรงตัว ยืน หรือเดิน เป็นต้น
- รักษาด้วยคลื่นกระแทก Shockwave Therapy เป็นการส่งคลื่นกระแทกเข้าไปยังบริเวณที่มีอาการปวด ทำให้บริเวณนั้นเกิดการบาดเจ็บใหม่ (Re-Injuries) เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมตนเอง สร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นที่บริเวณนั้น ส่งผลให้เมื่อรักษาด้วยวิธีคลื่นกระแทกไปสักระยะ บริเวณนั้นจะมีอาการปวดคอหรือการอักเสบน้อยลง และการไหลเวียนเลือดบริเวณนั้นจะดีขึ้นได้อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์
วิธีบริหารคอลดความตึงตัวเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ป้องกันโรคกระดูกคอเสื่อม