เล็บขบ เกิดจากอะไร ? ทำไมอันตรายในผู้ป่วยเบาหวาน ต้องรีบพบแพทย์
เล็บขบจะดูเหมือนเป็นปัญหาทั่วไปและสามารถหายได้เอง แต่ทราบหรือไม่ว่าอาจมีภาวะแทรกซ้อนของโรคเท้าที่เกิดจากเล็บขบได้เช่นกันโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องระวัง!
เล็บขบ คือ การที่ขอบหรือมุมเล็บมีการเจริญเติบโตลงไปแทงทะลุเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณข้างนิ้ว ส่งผลให้เกิดการบวมแดง มีความรู้สึกปวด เจ็บเนื้อใต้เล็บ ส่วนใหญ่มักเกิดบนนิ้วหัวแม่โป้งเท้า ในบางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย ดังนั้นหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและเพิ่มความรุนแรงของอาการได้ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยเบาหวานที่จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากกว่าปกติ
Magnific/Kiwistocks
เล็บขบ
เล็บขบ เกิดจากอะไร
- ตัดเล็บเท้าผิดวิธี ไม่ควรตัดลึกหรือสั้นจนเกินไป รวมถึงไม่ตัดบริเวณข้างเล็บให้เป็นมุมแหลม
- การใช้สารเคมีกับเล็บ การทาเล็บหรือต่อเล็บ รวมถึงการติดเล็บปลอมที่มักจะกักเก็บความชื้น ส่งผลให้เล็บเป็นเชื้อรา เกิดการติดเชื้อหรือระคายเคืองต่อสารเคมี
- ใส่รองเท้าที่คับแน่น ไม่พอดี การใส่รองเท้าที่คับเกินไปจะทำให้รองเท้าบีบบริเวณหน้าเท้ามากเกินไปจนเล็บเกิดการบีบตัวกดทับลงไปใต้ผิวหนัง
- มีรูปร่างเล็บเท้าผิดปกติ หากนิ้วมีการเบียดซ้อนกัน ส่งผลกับรูปทรงเล็บก็มีโอกาสเกิดเล็บขบได้ โดยเฉพาะรูปทรงเล็บที่งุ้มเข้าหากันผิดปกติ
- เล็บไม่สะอาด การไม่ดูแลและทำความสะอาดเล็บก็อาจเกิดให้มีแบคทีเรียสะสมบริเวณข้างเล็บ
- มีการกระทบกับวัตถุที่บริเวณนิ้วบ่อย ๆ เช่น เล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุ การที่นิ้วมีการกระทบกับวัตถุอื่นบ่อย ๆ อาจทำให้รูปร่างของเล็บเปลี่ยนไปจากแรงกระทบนั้น ๆ และเมื่อเล็บยาวขึ้นก็จะมีทิศทางการเติบโตตามรูปร่างจากการกระทบ ตัวอย่างกีฬาที่ใช้เท้า เช่น การเตะฟุตบอล เป็นต้น
- ผลข้างเคียงของโรค ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต หรือภาวะน้ำหนักเกินซึ่งอาจมีอาการเท้าบวม เล็บเจริญเติบโตเข้าเนื้อได้ง่ายกว่าปกติ จึงมีโอกาสเกิดเล็บขบได้
อาการเจ็บเล็บขบ
- เจ็บเล็บนิ้วมือ หรือเล็บนิ้วเท้า
- มีอาการปวดเล็บตุบ ๆ
- เกิดการบวมแดงบริเวณข้างเล็บ
- มีอาการเจ็บเวลาเดิน หรือเวลานิ้วกระทบวัตถุต่าง ๆ
- กดบริเวณข้างเล็บแล้วมีหนองหรือเลือดไหลออกมา
โดยทั่วไปแล้ว วิธีรักษาเล็บขบด้วยตัวเองสามารถทำได้โดยทำการตัดเล็บขบออก หากมีอาการบวมแดง เล็บฝังไม่ลึกมาก หลังจากตัดเล็บขบออกแล้วให้ดูแลความสะอาดบริเวณเล็บก็สามารถทำให้เล็บขบหายเองได้ หากมีอาการปวดรุนแรง มีหนองหรือเลือดไหลออกมาบริเวณเล็บ เล็บยาวฝังลึกมากกว่าที่จะสามารถตัดได้ด้วยตนเองได้ หรือยังมีอาการติดเชื้อหลังตัดเล็บขบออกไปแล้ว อาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง
แพทย์เผย 4 ชนิดของโรคเบาหวานตามสาเหตุ และอาการสำคัญของโรคควรระวัง
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากเล็บขบ
ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน สังเกตว่าในผู้ป่วยที่มีแผลเบาหวานที่เท้าจะไม่สามารถหายเองได้ เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานจะมีภาวะการไหลเวียนเลือดผิดปกติ ส่งผลให้เส้นประสาทที่เท้าถูกทำลาย เมื่อเกิดแผลบริเวณเท้าจึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายจากการที่แผลไม่สามารถบรรเทาเองได้ ดังนั้นการที่ผู้ป่วยเบาหวานมีอาการเล็บขบจึงควรรีบไปพบแพทย์
วิธีการป้องกันเล็บขบ
- ใส่รองเท้าที่พอดีกับรูปเท้า ไม่บีบหน้าเท้าจนเกินไป
- ตัดเล็บเท้าเป็นแนวตรง ไม่ตัดให้เป็นมุมแหลมหรือโค้งตามรูปนิ้ว
- หากเป็นคนที่เล่นกีฬา ควรใส่รองเท้ากีฬาที่มีคุณสมบัติปกป้องเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้นิ้วเท้ากระทบกับวัตถุมากจนเกินไป
- ไว้เล็บเท้าให้ยาวพอดี ไม่สั้นจนเกินไป เพราะหากเล็บสั้นกว่านิ้วเท้าจะทำให้นิ้วได้รับแรงกระทบกับวัตถุมากขึ้นและเกิดเป็นติ่งเนื้อ ซึ่งเมื่อเล็บยาวขึ้นอาจมีโอกาสยาวเข้าไปใต้บริเวณติ่งเนื้อได้
- หากเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรมีการตรวจเช็กแผลบริเวณเท้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงรีบรักษาเล็บขบทันทีเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ
วิธีการรักษาเล็บขบ
- ตัดเล็บเท้า สำหรับผู้ที่มีอาการบวมหรือปวดไม่รุนแรง
- ตัดเนื้อเยื่อและถอดเล็บ การตัดเนื้อเยื่อและถอดเล็บจะเป็นการรักษาสำหรับผู้ที่มีการเกิดเล็บขบในบริเวณเดิมซ้ำ ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อ ทำให้อาการเล็บขบไม่หายขาดหรือหายช้า ในกรณีนี้แพทย์จะมีการใช้ยาชาก่อนทำการถอดเล็บและตัดเนื้อเยื่อเช่นกัน
- เจาะหนองและตัดแต่งเล็บ ในบางกรณีที่เล็บขบเกิดขึ้นซ้ำบ่อย อาจเป็นเพราะมีหนองสะสมอยู่ภายใน กรณีนี้จะต้องทำการเจาะหนองออก ตัดแต่งเล็บ และทำการเย็บเนื้อผิวหนังป้องกันไม่ให้เล็บฝังลึกเข้าไปเพิ่ม
หลังจากการรักษาเล็บขบแล้ว การดูแลรักษาอาการบวมให้ลดลงหรือลดปวด สามารถใช้ประคบเย็นและยาบรรเทาอาการปวดได้ หลีกเลี่ยงการแช่น้ำเป็นระยะเวลานาน การเล่นกีฬาทางน้ำ และกีฬาที่ต้องใช้เท้าเป็นหลัก
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์
6 เคล็ดลับป้องกันภูมิแพ้กำเริบหน้าหนาว อากาศเปลี่ยน แต่ไม่ป่วยง่าย
ยาพาราเซตามอล VS ยากลุ่ม NSAIDs แบบไหนช่วยเคล็ด ขัด ยอก ได้ ?