“ภาวะสมองล้า” ไม่เหมือนภาวะหมดไฟการทำงาน เสี่ยงสมองเสื่อมก่อนวัย
ชวนรู้จัก ภาวะสมองล้า (Brian Fog) วัยที่ต้องทำงานหนักใช้ทักษะหลายอย่างพร้อมกัน ต้องรู้ เผยสาเหตุ และอันตรายเสี่ยงสมองเสื่อมได้อย่างไร?
รู้หรือไม่ ? ในผู้ที่ต้องใช้ความคิดหรือทำงานหลายทักษะไปพร้อมกัน เช่น เช็กอีเมล คุยโทรศัพท์ พิมพ์ไลน์ ประชุม คิดกลยุทธ์ ประสานงานกับผู้อื่น ทำสรุปและนำเสนอเจ้านาย ซึ่งพบเจอได้ในหลายสายงาน มีงานวิจัยพบว่า คนกลุ่มนี้หากไม่สามารถปรับตัวกับงานได้ จะทำให้ประสิทธิภาพและคุณภาพในงานลดลง เกิดปัญหาสุขภาพเช่น ภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) ภาวะสมองล้า (Brian Fog) อีกทั้งยังมีผลต่อระดับไอคิวที่ลดลงในบางคนด้วย
สมองล้า (Brian Fog) คืออะไร? เพราะ หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟในการทำงาน ซึ่งเกิดจากความเครียดสะสมเรื้อรังจากการทำงาน จนคุกคามชีวิต ส่งผลต่อสภาพจิตใจ และมีผลต่อการลาออกของพนักงาน แต่หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า Brain Fog หรือภาวะสมองล้า ซึ่งเกิดจากสมองทำงานหนักมาก
สาเหตุสมองล้า
- พักผ่อนน้อย จนมีอาการอ่อนล้า
- ขาดการดูแลด้านโภชนาการที่ดี
- มีการสะสมของสารพิษโลหะหนัก สารพิษจากยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนมากับอาหาร
- ความเครียดสะสม
- อนุมูลอิสระในร่างกาย
- การอักเสบซ่อนเร้น
- ขาดการออกกำลังกาย
- ความไม่สมดุลของฮอร์โมนต่างๆ
- ขาดน้ำหรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ
- มีอาการทางจิตประสาทหรือโรคเรื้อรังอื่นๆ ร่วมด้วย
สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ความสามารถในการทำงานของร่างกายถดถอย ต่อมหมวกไตจึงทำงานหนักขึ้น สารสื่อประสาทในสมองเริ่มแปรปรวน การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองเริ่มลดลง จึงมักจะรู้สึกหัวตื้อ มึนงง ปวดหัว คิดช้า จำเรื่องราวหรือสิ่งที่เพิ่งจะทำลงไปไม่ได้ เหนื่อยล้าทางจิตใจง่าย อารมณ์แปรปรวน หากปล่อยไว้อาจมีโอกาสเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อมก่อนวัยได้
ปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยงภาวะสมองล้า
- จัดลำดับงานที่สำคัญจากมากไปน้อย
- หยุดเล่นโทรศัพท์สักพักหรือหยุดเสพติดข่าวหรือสื่อที่ทำให้เครียดในช่วงที่กำลังเครียดจากงาน
- มองโลกในแง่บวก และหาเวลาทำกิจกรรมโปรด เพื่อปรับอารมณ์และผ่อนคลาย
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารเช้า
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือบุหรี่ ในช่วงที่มีความเครียด เพราะยิ่งทำให้สมองล้า
- ฝึกสมาธิ
แพทย์เผยผู้สูงอายุป้องกัน "อัลไซเมอร์" ได้ด้วยการหมั่นบริหารสมอง
ตรวจสุขภาพในกลุ่มที่เริ่มมีภาวะสมองล้า
- ฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH, Free T3, Free T4) เนื่องจากฮอร์โมนไทรอยด์ช่วยทำให้สมองทำงานได้ปกติ กระฉับกระเฉง และกระตุ้นระดับการเผาผลาญในร่างกาย
- ฮอร์โมนดีเอชอีเอ (DHEA: Dehydroepiandrosterone) หรือฮอร์โมนต้านความเครียด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ และชะลอความเสื่อมของร่างกาย ผู้ที่มีความเครียดสะสมนานๆ ระดับฮอร์โมนตัวนี้จะลดลง
- ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด หากมีมากจนเกินไปจะส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ
- การตรวจหากรดอินทรีย์ในปัสสาวะ (Urine Organic) เป็นการตรวจการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย
- การตรวจสารพิษโลหะหนักสะสมในปัสสาวะ (Toxic Heavy Metal) เพราะอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะสมองล้า จนมีอาการสับสน และสูญเสียความจำ เกิดจากสารพิษโลหะหนักที่สะสมอยู่ตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น สมอง ดังนั้นการหาสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย จึงต้องอาศัยการตรวจจากปัสสาวะ
ดังนั้นหากมีอาหารหลงลืมผิดปกติ รีบปรับพฤติกรรม พบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษา
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
ปรับ 8 พฤติกรรมลดเสี่ยงอัลไซเมอร์ สูงวัยอย่างสุขภาพที่ดี
หยุดหายใจขณะหลับ กี่ครั้งต่อชั่วโมงรุนแรงมาก ? เผยปัจจัยเสี่ยงและวิธีรักษา