ข้อแนะนำการกินยาในช่วงรอมฎอน ถือศีลอด แพทย์ย้ำไม่ควรปรับยาเอง
ช่วงเดือนรอมฎอนหรือช่วงถือศีลอด นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของชาวไทยมุสลิมได้ปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ หมายรวมถึงการงดเว้นการกินอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด และแน่นอนว่าในคนที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน และผู้ที่ต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอต้องมีการปรับเวลาตามความเหมาะสม
เดือนรอมฎอนหรือช่วงถือศีลอด ช่วงที่ชาวไทยมุสลิมได้ปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ ซึ่งตามความหมายของศาสนาของอิสลาม คือการงดเว้นการกินอาหาร เครื่องดื่มทุกชนิด รวมไปถึงงดการกระทำที่ไม่เกิดประโยชน์ หรือการกระทำที่ขัดกับคุณธรรม ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงดวงอาทิตย์ตกต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน สำหรับผู้ป่วยที่ต้องได้รับการกินเป็นประจำนับเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้
ข้อแนะนำวิธีกินยาในระหว่างเดือนรอมฎอน
- ยาทั่วไป ที่กินวันละ 1-2 ครั้ง ก่อนหรือหลังอาหารมื้อเช้า ให้กินก่อนหรือหลังอาหารหัวรุ่ง
ยาที่กินก่อนหรือหลังอาหารมื้อเย็นให้กินก่อนหรือหลังละศีลอด โดยยาที่กินก่อนอาหารเย็นสามารถกินร่วมกับการละศีลอดด้วย อินทผาลัม และน้ำได้ จากนั้นจึงไปละหมาดแล้วกลับมากินอาหารเย็นตามปกติ
- ยาที่กินวันละ 3 ครั้ง ให้เพิ่มตอนก่อนนอน (ประมาณ 22.00 น.) อีก 1 มื้อ
- ยาที่กินวันละ 4 ครั้ง เช่น
- ยาปฏิชีวนะ ให้กิน 1 เม็ด
- หลังละศีลอด 1 เม็ด
- ก่อนนอน และ 2 เม็ด หลังมื้ออาหารหัวรุ่ง
เพื่อเพิ่มระดับยาในช่วงเช้า หรือเปลี่ยนเป็นยากลุ่มอื่น ๆซึ่งสามารถกินยาวันละ 2 ครั้งได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์
- ในผู้ที่มีความจำเป็นต้องหยอดตา หรือใช้ยาหยอดหู มีข้อมูลว่าไม่ทำให้เสียศีลอด ในทำนองเดียวกันกับการทายา ทาครีมที่ผิวหนัง
- การใช้ยาอมใต้ลิ้น เช่น ยาอม nitroglycerin หรือ isosorbide dinitrate ก็ไม่ทำให้เสียศีลอด
การใช้ยาผู้ป่วยโรคเบาหวานช่วงถือศีลอดในเดือนรอมฎอน
ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีกลไกการออกฤทธิ์แตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการถือศีลอด โดยแพทย์จะประเมินความพร้อมของร่างกาย ความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน อาการข้างเคียงจากยา ขนาดมื้ออาหารที่รับประทาน กิจกรรมระหว่างวัน และให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนการใช้ยาสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
การปรับยาเบาหวานเบื้องต้นมีหลักการคือ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ จากการงดอาหารและน้ำ ยาที่ไม่ทำให้เกิดอาการข้างเคียงน้ำตาลในเลือดต่ำสามารถใช้ยาขนาดปกติ โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ถือศีลอดจะรับประทานอาหาร 2 มื้อหลัก คือมื้อก่อนพระอาทิตย์ขึ้น (สะฮูร, ซุโฮร์; Suhoor) และมื้อหลังพระอาทิตย์ตก (อิฟตาร์; Iftar) มักเปลี่ยนเวลาจากยามื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อหลักไปเป็นยามื้อหลังพระอาทิตย์ตก และยาที่เดิมรับประทานมื้อเย็นก็เปลี่ยนเป็นมื้อก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
ทั้งนี้หากผู้ที่ถือศีลอดมีอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น รู้สึกหิว ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก ปวดศีรษะ หมดสติ หรือเจาะวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้น้อยกว่า 70 mg/dL ควรหยุดการถือศีลอดและรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เช่น น้ำผลไม้ น้ำหวาน เป็นต้น หากอาการยังไม่ดีขึ้นควรรีบมาโรงพยาบาล
ทั้งนี้ การปรับลดการกินยาควรปรึกษาแพทย์ก่อน ไม่ควรงดยาเองเพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อการรักษา หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่,สาธารณสุขจังหวัดสงขลา และ กรมสุขภาพจิต