เจาะลึก “โรคอ้วน” สาเหตุทางพันธุกรรมและฮอร์โมน ลดน้ำหนักยังไงก็ไม่ลง
รู้หรือไม่ ? อีก 10 ปีข้างหน้าคาดการณ์ว่าจะพบผู้ป่วยโรคอ้วนทั่วโลกมากถึง 1.9 ล้านคน แพทย์เผลปัจจัยโรคอ้วนแบบเจาะลึก ไม่ใช่แค่พฤติกรรมการกิน แต่อาจเกิดจาก พันธุกรรม ฮอร์โมน ที่ต้องวางแผนรักษาอย่างจริงจัง
ปัจจุบัน พบผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มมากขึ้นทั้งในและและต่างประเทศทั่วโลก และคาดการณ์ว่าในปี 2578 จะมีประชากรกว่า 1.9 พันล้านคน คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรโลก สำหรับไทยผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 6 (พ.ศ. 2562-2563) พบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีภาวะอ้วนร้อยละ 42.2 และอ้วนลงพุงร้อยละ 39.4 ซึ่งแน่นอนว่า ภาวะโรคอ้วนนี้มีความอันตรายและนำมาสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย
เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง ข้อเข่าเสื่อม กรดไหลย้อน ไขมันพอกตับ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคทางนรีเวช ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และโรคหลอดเลือดสมอง
อันที่จริงแล้ว มีคนจำนวนมากที่ลดน้ำหนักแล้วประสบความสำเร็จ แต่เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร ก็ "ลดน้ำหนัก" ไม่ลงสักที รู้หรือไม่ว่า ปัญหาการลดน้ำหนักไม่ลงหรือภาวะความอ้วนเป็นปัญหาที่มีสาเหตุร่วมจากหลายปัจจัย หลายครั้งนั้นมีสาเหตุมาจากการมีระดับ “ฮอร์โมน” ไม่สมดุล และบ่อยครั้งก็เกิดจาก "พันธุกรรม" โดยมียีนและโครโมโซมเป็นตัวกำหนด
น้ำหนักตัวเท่าไหร่ ถึงเรียกน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน
ค่าดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) เป็นค่าที่ใช้ชี้วัดว่าร่างกายมีความสมดุลกันของน้ำหนักตัวเทียบกับส่วนสูงหรือไม่ โดยสามารถใช้เป็นเกณฑ์คัดกรองได้ในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป
BMI มาตรฐานอาเซียน (เอเชีย)
- < 18.5 น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน
- 18.5-22.9 ปกติ
- 23-24.9 อ้วนระดับ 1
- 25-29.9 อ้วนระดับ 2
- มากกว่าหรือเท่ากับ 30 อ้วนระดับ 3
นอกจากปัจจัยด้านการรับประทานอาหาร การใช้ชีวิต การออกกำลังกาย อายุ รวมไปถึงปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีผลกับภาวะน้ำหนักเกินและการลดน้ำหนัก แต่จริงๆ แล้วปัจจุบันพบว่ายังมีปัจจัยด้านอื่นๆ ที่ส่งผลให้การลดน้ำหนักนั้นไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น ปัจจัยเหล่านี้ ได้แก่
- พันธุกรรม
บุคคลบางกลุ่มอาจมีปัญหาความอ้วนที่ "ลดน้ำหนัก" ไม่ลง และความผิดปกติด้านการเผาผลาญสารอาหารบางชนิด ซึ่งเป็นผลมาจากเรื่องของพันธุกรรมหรือยีนเป็นตัวหลักที่เด่นเหนือสิ่งแวดล้อมอื่นๆ โดยอาจเป็นยีนโรคอ้วนที่ได้รับมาจากพ่อแม่ที่เป็นโรคอ้วน หรือยีนในร่างกายมีการทำงานผิดปกติไปก็เป็นได้ เช่น ยีนควบคุมความอิ่มเสียไป ยีนที่ควบคุมการสร้างไขมันในร่างกายผิดปกติ ยีนโรคเบาหวาน
รวมไปถึงการที่ในร่างกายของแต่ละคนนั้นมีประสิทธิภาพการเผาผลาญไขมันแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ไม่เท่ากัน พันธุกรรมจึงอาจส่งผลต่อปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกาย อีกทั้งยังมีโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้มีภาวะอ้วนหรือมีรูปร่างอ้วนขึ้นอย่างชัดเจน เช่น พราเดอร์-วิลลี่ ซินโดร ผู้ป่วยจะมีอาการกินไม่หยุด กินจุ และมีพัฒนาการช้า
- โรคประจำตัวบางอย่าง ยาบางประเภท และภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล
ภาวะความผิดปกติของร่างกาย การเจ็บป่วย หรือโรคบางโรคอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวและภาวะอ้วนได้ เช่น ภาวะ ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อยเกินไปทำให้เกิดโรคไทรอยด์ต่ำ ส่งผลให้การเผาผลาญพลังงานของร่างกายต่ำลงได้ หรือ โรคบางโรค เช่น คุชชิ่งซินโดรม ทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอลสูง ส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมากกว่าคนทั่วไป
รวมไปถึง การรับประทานยาคุมกำเนิดบางชนิดก็ส่งผลให้ร่างกายเกิดการสะสมไขมันมากกว่าคนปกติทั่วไป ยาต้านอาการซึมเศร้าและยาสเตียรอยด์เช่นกัน รวมไปถึงภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลในคุณแม่หลังคลอดหรือผู้ที่เข้าสู่วัยทองบางราย ปัจจัยเหล่านี้ต่างทำให้การลดน้ำหนักไม่ประสบความสำเร็จมากเท่าที่ควร
สาเหตุว่าทำไมจึงลดน้ำหนักไม่ลง
สาเหตุดังกล่าวข้างต้นนั้น นอกจากต้องอาศัยการซักประวัติและการตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้ชำนาญการแล้ว การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมนั้นก็เป็นสิ่งจำเป็นและขาดไม่ได้เช่นกัน
- การตรวจพันธุกรรม
การค้นพบสาเหตุทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดโรคอ้วน นำไปสู่การพัฒนายาที่ใช้ในการรักษา รวมไปถึงการดูแลด้านโภชนาการ กายภาพบำบัด การออกกำลังกาย และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ หากตรวจยีนแล้วพบว่ามีพันธุกรรมที่ผิดปกติและมีผลต่อโรคอ้วนหรือการลดน้ำหนัก เช่น การเผาผลาญไขมันหรือน้ำตาลผิดปกติ หรือยีนที่ควบคุมการสร้างไขมันในร่างกายผิดปกติ ก็สามารถหาทางรักษาหรือทางเลือกในการลดน้ำหนัก และวางแผนอย่าง “จริงจัง” ในการปรับเรื่อง “พฤติกรรม” เพื่อต่อสู้กับ “พันธุกรรม” ได้
- การตรวจสมดุลฮอร์โมน
ระดับฮอร์โมนบางประเภทในร่างกายมีผลกับการลดน้ำหนัก ผู้ที่มีน้ำหนักเกินบางคนอาจอ้วนเพราะดื้อต่อฮอร์โมนอิ่ม ซึ่งเกิดจากการมีระดับของฮอร์โมนอิ่มมากกว่าปกติ ยิ่งมีฮอร์โมนอิ่มมาก เซลล์ไขมันจะยิ่งดื้อไม่ส่งสัญญาณอิ่มเข้าสู่สมอง จึงส่งผลให้หิวและกินต่อไปแบบไม่หยุดยั้ง หรือบางคนอาจมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำกว่าปกติ จึงส่งผลให้การเผาผลาญพลังงานของร่างกายน้อยลงได้
การรักษาโรคอ้วน
- การปรับเรื่องการรับประทานอาหารอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมอย่างเพียงพอในแต่ละสัปดาห์ และอาจต้องมีการใช้ยาตามดุลยพินิจของแพทย์ด้วยเช่นกัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะช่วยลดน้ำหนัก รวมถึงลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและโรคร้ายแรงอันเป็นผลจากภาวะอ้วนลงได้ อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษากลุ่มโรคอ้วนนี้ส่วนใหญ่แล้วยังอยู่ในระหว่างการศึกษาและวิจัย และจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทั้งด้านวิธีการตรวจและการรักษาต่อไป
- การใช้ปากกาลดน้ำหนัก ปัจจุบัน ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวไกล จึงมีทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานและต้องการลดน้ำหนักโดยใช้ปากกาลดน้ำหนัก ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลดน้ำหนักในระยะยาว
- การดูแลและปรับสมดุลฮอร์โมนแบบองค์รวม
- การใช้ยาลดน้ำหนัก และการผ่าตัด
จะเห็นได้ว่า การที่จะประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักนั้น เราควรเข้าใจร่างกายของเราจากภายในก่อนว่า สาเหตุของภาวะโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินมาตรฐานนั้น แท้จริงแล้วเกิดจากสาเหตุใด บางครั้งการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายที่ถูกต้องเหมาะสมเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถตอบโจทย์การลดน้ำหนักได้ในคนบางกลุ่ม และอาจนำไปสู่การถอดใจและล้มเลิกกลางคันได้ อย่างไรก็ตาม การดูแลร่างกายและจิตใจ เช่น การรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ การออกกำลังกายอย่างถูกต้องเหมาะสม การดื่มน้ำและการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ช่วยให้ไปถึงเป้าหมายการควบคุมน้ำหนักได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท