“ฟักทอง” สัญลักษณ์วันฮาโลวีน กินอย่างไรให้สวยสุขภาพดี ไม่หลอนแบบผีๆ
เข้าสู่วันฮาโลวีน สิ่งที่นึกถึงคงหนีไม่พ้น “ฟักทอง” สัญลักษณ์สำคัญในวันนี้ คิดถึงแล้วคงหิว แต่จะกินอย่างไรให้ผิวดี สุขภาพแข็งแรง ติดตามได้ที่นี่!
หากพูดถึงสัญลักษณ์ของเทศกาลฮาโลวีน “ฟักทอง” มักเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะผู้คนทั่วโลกส่วนใหญ่มักนำฟักทองไปแกะสลักเป็นเครื่องรางเพื่อปัดเป่าความชั่วร้าย ที่เอาไว้ตกแต่งสถานที่ให้เข้ากับบรรยากาศในช่วงคืนปล่อยผี
สำหรับใครที่คิดว่าจะนำฟักทองไปแกะสลัก แล้วคว้านเนื้อออกมาทาน หรือใครที่นึกถึงฮาโลวีนขึ้นมาแล้วก็อยากกินฟักทอง ต้องบอกเลยว่านับเป็นเมนูอาหารที่ไม่ควรพลาด เพราะมีประโยชน์และคุณค่าโภชนาการมากมาย
“ฟักทอง” เป็นพืชที่เป็นทั้งผักและผลไม้ มีสีเหลืองน่ารับประทาน โดยทั่วไปมี 2 ชนิด คือ ฟักทองอเมริกัน (Pumpkin) เนื้อยุ่ย และฟักสควอช (Squash) เช่นฟักทองไทยและฟักทองญี่ปุ่น ฟักทองทั้งสองแบบนี้มีลักษณะของเนื้อแตกต่างกันจึงเหมาะจะนำไปทำอาหารต่างชนิดกันตามแต่ความชอบ
ฟักทองแม้จะมีรสหวานและมีแป้งมาก แต่มีกากใยสูง ไขมันน้อย อุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย ทั้งฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก และยังมีเบต้าแคโรทีน ซึ่งอยู่ในเนื้อสีเหลือง รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระด้วย
ประโยชน์ของฟักทอง
1.) ปกป้องสายตา
ฟักทองเต็มไปด้วยวิตามินเอที่มาจากสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดสีเหลืองในฟักทอง โดยมีส่วนช่วยบำรุงสายตา และป้องกันกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น ตาบอดกลางคืน
นอกจากนี้ยังมีลูทีน และซีแซนทีน ช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตาจากอายุที่มากขึ้น เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม และต้อกระจก รวมถึงยังมีวิตามินซีและวิตามินอีที่ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่มาทำร้ายดวงตา
2.) เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย
นอกจากวิตามินเอในฟักทองจะช่วยบำรุงสายตาแล้ว ยังมีบทบาทในการผลิตและการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวหรือระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ดียิ่งขึ้น และวิตามินซีเองอาจช่วยบรรเทาอาการจากหวัดได้ด้วย
3.) ข่วยลดน้ำหนักและการย่อยอาหาร
ฟักทองมีไฟเบอร์และใยอาหารมากไม่แพ้ผักผลไม้ชนิดอื่น ซึ่งการกินไฟเบอร์นั้นจะช่วยให้เราอิ่มนาน ลดความอยากอาหารไปได้มาก และยังช่วยกระบวนการย่อยอาหารให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ป้องกันปัญหาท้องผูกได้ดี
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของฟักทอง คือ มีแคลอรีต่ำและมีปริมาณน้ำสูง โดยฟักทองปริมาณ 245 กรัม จะให้พลังงานต่ำกว่า 50 กิโลแคลอรี และให้ปริมาณน้ำเกือบ 90% ซึ่งสามารถกินแทนข้าวหรือมันฝรั่งที่ให้พลังงานสูงกว่าได้ เรียกได้ว่าประโยชน์ข้อนี้น่าจะถูกอกถูกใจคนที่กำลังลดน้ำหนักอย่างมาก
4.) บำรุงผิวพรรณ
สารเบต้าแคโรทีน รวมถึงลูทีน และซีปแซนทีน ในฟักทอง ต่างมีประโยชน์ต่อผิวพรรณทั้งสิ้น โดยจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและอันตรายจากรังสี UVทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี
นอกจากนี้วิตามินซี ที่ใช้ในการผลิตคอลลาเจนก็ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า ผิวหนังแห้ง และขาดความชุ่มชื้นได้
5.) ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
มีผลวิจัยเกี่ยวหับอาหารทีสารเบต้าแคโรทีนสูง อย่างฟักทอง ว่า อาจช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งบางชนิดได้ เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งคอ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม เป็นต้น
ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีผลวิจัยอีกมากมายที่พบว่าฟักทองช่วยป้องกันโรคอื่นๆ อีก อย่างโรคหืดและโรคหัวใจ ไปจนถึงการเสริมสุขภาพเส้นผมให้แข็งแรงอีกด้วย
"ผีอำ" ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ แต่เป็นสัญญาณเตือนของการพักผ่อนน้อย
“วันฮาโลวีน” เปิดตำนานผีไทย ไอเดียแต่งตัวสุดหลอนรับคืนปล่อยผี
ทริคเลือกซื้อฟักทอง เพื่อสุขภาพที่ดี
ความหวานและรสสัมผัสของฟักทองจะแตกต่างกันออกไปตามลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์ แต่ไม่ว่าจะเลือกใช้ฟักทองแบบใดก็ตาม ควรเลือกฟักทองที่สด ให้สังเกตที่ขั้วต้องติดแน่นกับผล ผิวไม่มีรอยช้ำหรือมีรอยแมลง หากเลือกแบบที่ผ่าเป็นซีกควรดูไส้ฟักทองที่ยังเต็ม ไม่แห้ง และไม่กอง เพราะนั่นหมายถึงฟักทองยังสดดีอยู่
กินฟักทองอย่างไรให้ได้ประโยชน์ที่สุด
เนื่องจาก ฟักทอง มีฤทธิ์อุ่น ดังนั้นคนที่ “กะเพาะร้อน” คือมีอาการกระหายน้ำ ปวกเหม็น หิวง่าย ปัสสาวะเหลือง ท้องผูก เป็นแผลในช่องปาก หรือเหงือกบวม ไม่ควรกินฟักทองมากเกินไป เพราะอาจกระตุ้นให้ร่างกายร้อนขึ้นได้
ขณะเดียวกัน คนปกติเอง ก็ไม่ควรกินฟักทองมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือไม่สบายท้องได้
แม้ว่าฟักทองจะมีคุณประโยชน์มากมาย แต่ก็อย่าเผลอกินมากไป หรือทานเมนูหวาน ๆ อย่าง ฟักทองแกงบวด หรือฟักทองสังขยากันจนลืมควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดกัน แนะนำให้ต้ม หรือนึ่ง ทานกับผักผลไม้อื่นๆ หรือนำไปทำซุป ผัดฟักทองใส่ไข่ทานเป็นอาหารคาวจะดีที่สุด