รักษาอาการ “ไอ” ด้วยวิธีธรรมชาติง่ายๆ จากอาหาร-อุปกรณ์ใกล้ตัว
อาการไอ เป็นสัญญาณเตือนว่าเรากำลังติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ยาในร้ายยาช่วยได้จริง แต่วิทยาศาสตร์พบว่าวิธีธรรมชาติจากอาหารและอุปกรณ์ใกล้ตัวเราหลายชนิดก็ช่วยได้ไม่แพ้กัน
“ไอ” เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่ก็เป็นหนึ่งในอาการสำคัญที่มักพบเจอในโรคโควิด-19 และยังเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของมะเร็งปอด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนทั่วโลกเป็นอันดับต้นๆ
แม้เราจะมีวิธีการบรรเทาอาการไอมากมาย อย่างการกินยาแก้ไอ หรือการหลีกเลี่ยงออกไปเจอมลภาวะทางอากาศ แต่หลายคนมักมองข้ามการเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพไป เพราะดูเป็นหนทางที่อ้อม ความจริงแล้วอาหารเหล่านี้เองก็มีส่วนช่วยไม่แพ้กัน เราจึงนำอาหารใกล้ตัว ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายๆ มาฝากกัน
ประเภทของอาการไอ
อาการไอ แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
- ไอแบบมีเสมหะ
- ไอแห้ง
บรรเทาอาการไอมีเสมหะ
อาการไอส่งผลต่อการทำงานและการนอนหลับของเรา และยังรบกวนคนอื่นๆ รอบตัวของเราได้อีก ยาละลายเสมหะจะเป็นสิ่งที่เข้าไปช่วยขับเสมหะของเราออกมา โดยจะไปเพิ่มสารคัดหลั่งช่วยหล่อลื่นเสมหะข้นเหนียวให้เบาบางลง จนผู้ป่วยสามารถขับเสมหะออกไปจากร่างกายได้ด้วยการไอ เมื่อร่างกายขับเสมหะออกมาแล้ว อาการไอและเสมหะจะบรรเทาลง
แม้ยาละลายเสมหะจะไม่สามารถรักษาอาการป่วยของเราได้ แต่สามารถทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ระหว่างระบบภูมิคุ้มกันของเราทำหน้าที่ของมัน
อย่างที่บอกว่ายาละลายเสมหะที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์อาจช่วยขับเสมหะออกไปได้จริง แต่การเยียวยาด้วยวิธีธรรมชาติก็ได้ผลไม่แพ้กัน บางคนอาจมีคลางแคลงใจ แต่ยาธรรมชาติเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพขนาดไหน ลองมาดูกัน!
1.) ความชุ่มชื้น
วิธีธรรมชาติทำได้ง่ายๆ ที่จะช่วยลดเสมหะ บรรเทาอาการไอได้ คือ การอาบน้ำร้อน อบไอน้ำ รวมถึงการกินน้ำอุ่น เพราะความอุ่นและชุ่มชื้นที่ร่างกายได้สัมผัสจะช่วยบรรเทาอาการไอเรื้อรังได้ โดยเข้าไปทำให้เสมหะข้นเหนียวเหล่านั้นเบาบางลง
นอกจากนี้ เครื่องทำความชื้นเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศ ที่เรามักพบในฉากซีรีส์เกาหลีต่างๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน แถมยังมีหลากหลายประเภทให้เราเลือกทีเดียว
2.) การรักษาน้ำในร่างกาย
การรักษาน้ำในร่างกายจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดี การดื่มน้ำเปล่าหรือชาสมุนไพรจึงเป็นแนวทางที่ดีที่จะช่วยให้ร่างกายของเราดีขึ้นในยามที่มีอาการไอ หรือเป็นหวัด
แต่แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการดื่มคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ในขณะที่เรากำลังมีอาการไอ โดยให้เลือกดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทน เพราะเครื่องดื่มคาเฟอีนและแอลกอฮอล์เหล่านี้จะไปทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ และจะหายป่วยยากขึ้นไปอีก
3.) น้ำผึ้ง
น้ำผึ้งนอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้ว ยังช่วยขับเสมหะ ลดอาการไอเรื้อรังหรือรุนแรงได้อีก โดยมีการวิจัยในปี 2564 พบว่า น้ำผึ้งสามารถบรรเทาอาการไอในเด็กที่ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนได้ ด้วยคุณสมบัติต้านจุลชีพ อย่างไรก็ตามการศึกษานี้ศึกษาเฉพาะความรุนแรงของอาการไอ ไม่ได้พิจารณาว่าอาการหายไปหรือไม่
ดังนั้นแล้วถ้าคุณกำลังมีอาการไออยู่ ลองผสมน้ำผึ้งหนึ่งช้อนชากับนมอุ่น หรือชาหนึ่งถ้วยดื่มดู แม้จะไม่รู้ว่าอาการไอจะหายไปหรือไม่ แต่ชัดเจนว่าจะช่วยบรรเทาอาการไอของเรา ให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราได้ทำงานอย่างเต็มที่แน่นอน อย่างไรก็ตามไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี กินเด็ดขาด เพราะจะทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเป็นโรคโบทูลิซึมได้
4.) สะระแหน่
เราคงคุ้นหูกับ “สะระแหน่” หรือ “เปปเปอร์มินต์” ที่มักถูกใช้เป็นส่วนประกอบของหมากฝรั่ง ยาสีฟัน และชา แต่ใครจะรู้ว่าสะระแหน่เองก็สามารถรักษาอาการไอของเราได้เช่นกัน เพราะในสะระแหน่ มีสารที่เรียกว่า “เมนทอล” ซึ่งมีส่วนช่วยในการละลายเสมหะ
ชาเปปเปอร์มินต์ มีขายอยู่ทั่วไปในร้านค้าต่างๆ หากใครกำลังมีอาการไออยู่สามารถหาซื้อมากินได้ หรือหากใครอยู่ใกล้ตลาด อยากซื้อสะระแหน่สดๆ ก็ลองใส่ใบสะระแหน่สัก 2-3 ใบลงไปในน้ำร้อน เพียงเท่านี้ก็จะกลายเป็นชาของเราเอง นำไปดื่มไปตลอดทั้งวัน
ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ใช้สะระแหน่มักจะไม่พบผลข้างเคียงใดๆ แต่ก็มีบางคนที่อาจแพ้ได้เช่นกัน ขอให้เราสังเกตปฏิกิริยาหลังจากกินเข้าไปด้วย เช่น หากมีอาการเสียดท้อง ปวดศีรษะ ผืนแดง หรือเกิดแผลในปาก ขอให้หยุดกินไปก่อน อย่างไรก็ตามห้ามกินเมนทอลบริสุทธิ์เด็ดขาด เพราะเมนทอลบริสุทธิ์ถือว่าเป็นพิษ
5.) ใบไอวี่
ใบของไม้เลื้อยที่เขียวชอุ่มตลอดปีอย่างต้นไอวี่ มีผลการวิจัยพบว่าช่วยละลายเสมหะได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อว่าสาร “ซาโปนิน” ที่มีอยู่ในไม้เลื้อยนี้ช่วยละลายเสมหะให้จางลง
และมีผลการศึกษาหนึ่งในปี 2564 พบว่า ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของโหระพาและไอวีช่วยบรรเทาอาการไอเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงของผู้เข้าร่วมทดสอบทั้ง 730 คนได้ อย่างไรก็ตามการวิจัยนี้ไม่ได้ทดสอบว่า ไอวี่มีประสิทธิผลด้วยตัวของมันเองหรือไม่ แต่การศึกษาอื่นๆ อีกหลายชิ้น พบว่าใบไอวี่มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการไอได้
บรรเทาอาการไอแห้ง
สำหรับใครที่กำลังประสบกับปัญหาไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ ในเบื้องต้นอาจใช้วิธีการเดียวกับการรักษาอาการไอมีเสมหะได้ คือ การดื่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนอาหารที่มีสรรพคุณทางยาที่จะช่วยลดอาการไอแห้งเหล่านี้ได้ ได้แก่
- อาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี : อาหารเหล่านี้ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ โดยวิตามินซีสามารถพบได้ใน กีวี, ส้ม, สับปะรด, พริกหยวก และบรอกโคลี
- ซุปอุ่นๆ : ซุปอุ่นๆ สามารถบรรเทาอาการเจ็บคอ ระคายคอ หรือต้านการอักเสบ อันเป็นสาเหตุของอาการไอได้
- ขิง : ขิงมีสรรพคุณต้านการอักเสบได้ จึงช่วยลดอาการไอของเราลงนั่นเอง
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
อาหารบางอย่างสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการไอรุนแรงขึ้นได้ เราจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้
- ผลิตภัณฑ์จากนม : นมและชีส สามารถกระตุ้นการผลิตเสมหะ และทำให้ไอรุนแรงขึ้น
- อาหารแปรรูป : อาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการจำกัด และมีเกลือสูง เป็นสาเหตุที่ทำให้ไอรุนแรงขึ้นได้
- อาหารทอด : กระบวนการทอด สามารถปล่อยสารที่ทำให้เกิดการคะคายเคืองในคอเพิ่มขึ้นได้
อาการไอเกิดขึ้นจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ยาธรรมชาติที่ช่วยละลายเสมหะ หรือลดการระคายเคืองในคอ จะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น ในขณะที่ร่างกายของเรากำลังรักษาตัวอยู่ได้ แต่หากอาการไอของเรายังเรื้อรังอยู่นานกว่า 2 สัปดาห์ แนะนำว่าให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาได้อย่างตรงจุดและเหมาะสมกับเรา
ขอบคุณข้อมูลจาก : Healthline
ไอ หอบเหนื่อย อาการเตือน "โรคระบบทางเดินหายใจ" ที่ป้องกันได้