อาหารควบคุมความดันโลหิตสูง อาการไม่กำเริบลดเสี่ยงโรคหัวใจ-ไตวาย
อาหารนับเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เพราะสามารถช่วยควบคุมไม่ให้อาหารกำเริบ แนะลดอาหารโซเดียมสูง กินอาหารมีประโยชน์ที่หลากหลายและ 8 เทคนิคการกินให้ชีวิตง่ายขึ้น
โรคความดันโลหิตสูงอาจเกิดได้จาก 2 สาเหตุใหญ่ สาเหตุแรก คือ เกิดจากโรคของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ส่วนกลุ่มที่สองนั้นเป็นกลุ่มที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ ดังนั้นการรู้เรื่องของอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควรรับประทานและควรหลีกเลี่ยงจึงจำเป็นอย่างยิ่งทีเดียว เพราะผู้ป่วยละเลยเรื่องการกินอาจก่อให้เกิดปัญหากับหลอดเลือด นำไปสู่การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองและไตวาย จนถึงแก่ชีวิตในที่สุด
8 เทคนิคการกินคุมความดันโลหิต
- จำกัดปริมาณโซเดียมในอาหาร
โซเดียมเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งตามธรรมชาติที่พบได้ในอาหารทั่วไป แต่พบมาก พบมากใน อาหารแปรรูป สำเร็จรูป เบเกอรี่ และเครื่องปรุงต่าง ๆ ๆ เพราะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2400 มิลลิกรัมต่อวัน แนะนำให้หลีกเลี่ยงการปรุงอาหารด้วยเครื่องปรุงรสเค็ม อาทิ กะปิ น้ำปลา ซอส ไข่เค็ม ปลาเค็ม หรือผักกาดดองต่าง เลี่ยงอาหารแปรรูป เลี่ยงการใช้ผงปรุงรส และเลี่ยงการซดน้ำซุปน้ำแกงต่าง ๆ รวมทั้งเลี่ยงอาหารรสจัด และแน่นอนรวมถึงน้ำอัดลม ขนมปังกรอบ ขนมปัง ขนมอบที่ต้องใช้ผงฟู เนยที่มีรสเค็ม น้ำสลัดและมายองเนสสำเร็จรูป อาหารที่ใส่น้ำตาลเทียม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ด้วย ผู้ป่วยที่ไม่มีปัญหาการทำงานของไตลดลงอาจเลือกใช้เครื่องปรุงลดโซเดียมได้
- รับประทานข้าว ธัญพืชไม่ขัดสี
ปริมาณที่แนะนำคือ 6 – 8 ส่วน/วัน (เช่น ข้าวกล้อง 6 – 8 ทัพพี) เลือกแบบไม่ขัดสีเพื่อเพิ่มใยอาหาร ซึ่งใยอาหารจะช่วยลดการดูดซึมไขมันเข้าสู่กระแสเลือด จึงช่วยควบคุมไขมันในเลือด นอกจากนี้ใยอาหารยังช่วยให้อาหารอยู่ท้องได้นาน ทำให้ไม่หิวบ่อย ช่วยควบคุมน้ำหนักตัวได้
- เพิ่มผักในอาหารทุกมื้อ
ในผักอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีผลช่วยควบคุมความดันโลหิต ควรเลือกผักให้หลากสีและหลากชนิด ปริมาณที่แนะนำคือ 4 – 5 ถ้วยตวง
- กินผลไม้เป็นประจำ
ผลไม้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงโพแทสเซียมและแมกนีเซียมด้วยปริมาณแนะนำ 4 – 5 ส่วน/วัน หรือ 6 – 8 ชิ้นคำ
- เลือกเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ
การเลือกเนื้อสัตว์ไขมันต่ำจะช่วยลดปริมาณไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอล ซึ่งจะพบมากในไขมันจากสัตว์ ไขมันเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดมากขึ้นได้ ส่งผลต่อการเพิ่มความดันโลหิต ปริมาณแนะนำ 6 ส่วน/วัน (12 ช้อนโต๊ะ/วัน)
ความลับวิตามิน B เสริมสร้างภูมิต้านทานบำรุงประสาทและสมอง
- จำกัดไขมันในอาหาร
เนื่องจากไขมันส่งผลต่อการเพิ่มความดันโลหิตได้ วิธีการเลี่ยงไขมันคือ เลือกเมนูอาหารที่ปรุงด้วยวิธีที่ไม่ใช้น้ำมัน เช่น การต้ม นึ่ง อบ เป็นต้น เลี่ยงอาหารทอด อาหารใส่กะทิ และเลือกใช้น้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น
- เปลี่ยนของว่างกรุบกรอบมาเป็นถั่วเปลือกแข็งและถั่วเมล็ดแห้ง
เนื่องจากถั่วมีแร่ธาตุโพแทสเซียมและแมกนีเซียมสูง รวมทั้งมีใยอาหารด้วย ทั้งนี้ถั่วมีปริมาณไขมันสูง แม้ว่าไขมันจากถั่วจะเป็นไขมันที่ดี แต่หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ ปริมาณแนะนำ 4 – 5 ส่วน/สัปดาห์ (ประมาณ 4 – 5 กำมือ/สัปดาห์)
- ดื่มนมไขมันต่ำ
นมเป็นอาหารที่มีแคลเซียมสูง ช่วยในการควบคุมความดันโลหิตได้ นอกจากนี้แคลเซียมจากนมยังสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดี ควรเลือกนมรสจืดเพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับปริมาณน้ำตาลมากเกินไป ปริมาณแนะนำคือ 2 – 3 ส่วน/วัน (2 – 3 แก้ว/วัน)
นอกจากการควบคุมอาหารและดูแลน้ำหนักตัวไม่ให้เกินเกณฑ์แล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ควรทำ ได้แก่ ออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จัดการความเครียดให้ถูกวิธี ทั้งหมดนี้ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเพิ่มความดันโลหิตได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ
รู้จัก “อาหาร 5 หมู่” ให้มากขึ้น กินมาก-กินน้อยตามหลักโภชนาการ
11 อาหารทำฟันเหลือง เกิดคราบฟันได้ง่าย-รักษาสุขอนามัยช่วยได้