“ฟักทอง” ไฟเบอร์-เบต้าแคโรทีนสูงแคลอรีต่ำ กินมากตัวเหลืองจริงหรือไม่?
ฟักทอง ผักสุดโปรดของใครหลายคน เพราะนอกจากจะปรุงเป็นของคาวได้หลากหลายเมนู ทำเป็นของหวานก็อร่อยไม่แพ้กัน อีกทั้งยังมีรสชาติหวานเฉพาะตัวแบบสุขภาพดีทำให้ไม่รู้สึกผิด แถมยังเป็นผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูงช่วยป้องกันมะเร็ง อย่างไรก็ตาม หลายคนมีความเชื่อว่า กินฟักทองเยอะๆแล้วตัวจะเหลือง ? เหลืองจริงหรือไม่มาหาคำตอบกัน
ฟักทอง ( Pumpkin ) มีลักษณะเปลือกจะแข็ง เนื้อด้านในเป็นสีเหลืองสด ถือเป็นอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารให้พลังงานแคลอรี่ต่ำแต่เต็มไปด้วยสารอาหารก็ซึ่งฟักทอง 1 ถ้วย ให้พลังงานที่ต่ำกว่า 50 แคลอรีต่อถ้วย และประกอบด้วยประมาณของน้ำมากถึง 94 เปอร์เซนต์ นอกจากนี้ยังพบว่า ฟักทองยังเป็นแหล่งของใยอาหาร หรือไฟเบอร์ที่ดีอีกด้วย ซึ่งสามารถช่วยลดความอยากอาหารได้มีอีกทั้งยังมีปริมาณสารเบต้าแคโรทีนในเนื้อสดสูงที่สุด คือ 1.101 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักสด 100 กรัม
ประโยชน์ฟักทอง
- ฟักทองมีรสหวาน มีเบต้าแคโรทีนสูง จึงป้องกันมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะปัสสาวะในผู้สูงอายุ ป้องกันโรคผิวหนัง บรรเทาอาการปวดเมื่อยหัวเข่าและเอว ป้องกันโรคอัมพาต
- ฟักทองสามารถป้องกันโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต ช่วยบำรุงตับ ไต และสายตา
- ฟักทองเป็นผักที่มีเส้นใยสูง ให้พลังงานต่ำ ไขมันน้อย จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก คาร์โบไฮเดรตในฟักทองช่วยบำบัดโรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ส่วนบน
- ฟักทองสามารถช่วยกำจัดเสมหะ ช่วยให้ชุ่มปอด บรรเทาอาการหอบหืดที่เกิดจากอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรังในผู้สูงอายุ ช่วยบำรุงกำลัง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปอดและม้ามอ่อนแอ
- เมล็ดฟักทองมีสรรพคุณด้านการรักษาและลดโอกาสในการเกิดโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และมีฤทธิ์เป็นยาถ่ายพยาธิตัวตืด
- น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดมีรสหวานมัน ใช้ทานบำรุงประสาท
ฟักทองแล้วทำให้ตัวเหลืองจริงหรือไม่ ?
คำตอบ คือ เป็นเรื่องจริง เพราะฟักทองนั้นเป็นพืชที่มีสารเบต้าแคโรทีน ที่เป็นสารอาหารที่เป็นโปรวิตามิน หรือ วิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เมื่อเบต้าแคโรทีนนั้นเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนให้เป็นวิตามินเอเพื่อใช้เป็นประโยชน์ต่อการบำรุงร่างกาย หากรับประทานพืชผักผลไม้กลุ่มนี้ในปริมาณที่มากๆ และเป็นประจำ เป็นระยะเวลานาน สารสีส้มสีเหลืองหรือสีส้มในกลุ่มเบต้าแคโรทีนนี้จะไปเกาะตามเม็ดสีผิว ทำให้สีผิวของคนเรานั้นเปลี่ยนไป มีสีเหลืองมากขึ้น มักเกิดขึ้นในบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า แต่ไม่ทำให้ตาเหลือง พบมากในเด็กเล็ก นอกจากฟักทองแล้วยังมี แครอท มะละกอ ลูกพีช ฯ ที่มีเบต้าแคโรทีนด้วย
ผัก 5 ชนิด “วิตามินซีสูง” ช่วยดูแลผิว ต้านหวัดป้องกันติดเชื้อไวรัส
กินฟักทองยังไงให้พอดีตัวไม่เหลือง
การทานเบต้าแคโรทีนเพื่อให้ได้รับวิตามินเอแล้วนั้น หากเราทานอาหารครบ 5 หมู่ทั้ง 3 มื้อ ก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไม่จำเป็นต้องทานอาหารเสริมแต่อย่างใด โดยในแต่ละวันร่างกายควรได้รับเบต้าแคโรทีนในปริมาณ 6-8 มิลลิกรัม และไม่ควรเกิน 30 มิลลิกรัมก็จะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ไม่ทำให้ตัวเหลืองได้แล้ว
หากมีอาการตัวเหลืองควรทำอย่างไร?
ต้องกังวลเรื่องของความเปลี่ยนแปลงนี้แต่อย่างใด แต่ไม่ต้องการยาหรือครีมอะไรมาทาน เพราะอาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงที่จะหายไปเองใน 2-3 สัปดาห์ก็จะหายไปเอง โดยการหยุดรับประทานอาหารประเภทฟักทอง แครอท
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล และ โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์
“วิตามิน” ไม่ควรกินทั้งหมดตอนเช้า เช็กเลยเวลาไหนได้ผลดีที่สุด
7 อาหารบำรุงข้อเข่า เพิ่มแคลเซียมชะลอโรคกระดูกเสื่อม อร่อยหาง่าย