6 กลุ่มอาหารสู้แดด ปกป้องเซลล์ผิวถูกทำลายต่อต้านมะเร็งผิวหนัง
อาหารนับเป็นยาและสารอาหารที่สำคัญของร่างกายที่ช่วงปกป้องและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และในสถานการณ์ที่แดดแรงจัดเต็มไปด้วยมลพิษเช่นนี้ อาหารบางชนิดก็ช่วยปกป้องคุณได้เช่นกัน! เช็คดูเลยค่ะ มีของโปรดของคุณไหมน๊า!~
อากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน แสงแดดที่ไม่มีท่าทางจะแผ่วลงแม้จะเพิ่งเช้าหรือในช่วงเย็น ทำให้รู้ว่า อุณหภูมิของไทยไม่แพ้ใครไม่โลกเลยจริง ปัญหาใหญ่ของทั้งสาวๆ และหนุ่ม ๆ นอกจากจะป้องกันไม่ให้ตัวเองและคนรอบข้างเกิดโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรกแล้ว ผิวพรรณก็สำคัญคงไม่มีใครอยากผิวคล้ำเสีย เป็นฝ้า กระ ผดผื่น ที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งผิวหนังได้หากผ่านระยะเวลาไปและไม่ได้รับการแก้ไข “อาหารผิวสู้แดด” จึงสำคัญ
6 กลุ่ม อาหารสู้แดด ต้านอนุมูลอิสระ!
- พืช ผัก ผลไม้ เกือบทุกชนิดเลยนะคะที่สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ( Antioxidant) ช่วยต่อสู้กับมลภาวะจากสิ่งแวดล้อม แต่ที่เด่นๆ เห็นทีจะเป็น ส้ม มะนาว มะละกอ สตรอเบอร์รี่ บรอคเคอร์รี่ ดอกกะหล่ำ ผักโขม แครอท คะน้า ที่จะช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- พืชที่มีเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) หรือวิตามินเอ (Vitamin A) ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิว ซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกแสงแดดทำลาย ทั้งยังช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็งผิวหนังด้วย อาทิ ฟักทอง แครอท แตงโม แคนตาลูป มะเขือเทศสุก ฝรั่ง ผักโขม เป็นต้น
- เซเรเนียม (Selenium) ช่วยปกป้องผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย มีมากในธัญพืชที่ไม่ฟอกขาว เช่น กุ้ง ปู ข้าวกล้อง ไข่ เห็ด
- วิตามินซี (Vitamin C) ช่วยผลิตคอลลาเจน และปกป้องเซลล์ผิวถูกทำลาย พบอาหารผิวมากๆ จาก ฝรั่ง ส้ม สับปะรด และมะขามป้อม
- อาหารที่มีวิตามินอีและสังกะสี (Vitamin E & Zinc) ช่วบปกป้องผิวชั้นนอกจากรังสี UV วิตามินอี เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมัน ถั่ว งา ข้าวกล้อง สังกะสีพบในปู หอยนางรม เนื้ออกไก่ จมูกข้าว
- กรดไขมันจำเป็นตระกูลโอเมก้า-3 (Essential Fatty Acid: Omega-3) เสริมสร้างให้ผิวชั้นนอกแข็งแรง จึงสามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้ดี ช่วยให้ผิวไม่แห้งตึง ป้องกันการอักเสบ พบมากในปลาทู ปลาทะเลทั่วไป สาหร่าย น้ำมันถั่วเหลือง
ความลับของ “วิตามินซี” กินวันละเท่าไหร่มีผลดีต่อร่างกายมากที่สุด?
รู้จักวิตามินแต่ละชนิด รับวิตามินธรรมชาติได้จากไหน? และอาการขาดวิตามิน
ซึ่งประเภทอาหารที่เหล่ามาข้างต้นล้วนเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกาย แต่การบริโภคต้องคำนึงถึงปริมาณในแต่ละมื้อ ที่ต้องครบ 5 หมู่ ซึ่งในช่วงที่อากาศร้อนจัดว่าสุกเช่นนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือการบริโภคน้ำเปล่าให้มากขึ้น และหลีกเลี่ยงออกจากที่กำบังในช่วง 9.00-15.00 น. หรืออยู่กลางแดดนานจนเกินไป เนื่องจากที่ค่าของแสงแดดที่ทำร้ายผิวค่อนข้างสูงทะลุปรอท อีกทั้งยังไม่ควรหลงลืมการทาครีมบำรุงและครีมกันแดดที่เหมาะสมกับตัวเองและมีค่า SPF 30 ++ ก่อนออกแดด15-20 นาที เพื่อเป็นการปกป้องผิวไม่ให้ไหม้เกรียมแดด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ
“เฉาก๊วย” ของหวานยืนหนึ่งหน้าร้อน! แก้ร้อนใน กระหายน้ำ
“ข้าวแช่” อาหารตำรับชาววังเพื่อสุขภาพ สดชื่นดับร้อน มงคลรับสงกรานต์