อาหารช่วยทดแทนฮอร์โมน “วัยทอง” ได้ ป้องกันโรค-ลดอาการร้อนวูบวาบ
เมื่ออายุมากขึ้น “ฮอร์โมนเอสโตรเจน” ในผู้หญิงก็จะค่อยๆ ลดลง การเลือกทานวิตามินเสริมเพื่อปรับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนให้สมดุลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะไม่เพียงช่วยลดอาการวัยทอง ร้อนวูบวาบ แต่ยังลดโอกาสเสี่ยงโรคร้าย อย่าง โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคกระดูกพรุนได้ แล้วเลือกกินแบบไหนช่วยทดแทนฮอร์โมนสำหรับผู้หญิงวัยทองได้
รู้จัก “ฮอร์โมนเอสโตรเจน” ช่วยวัยทอง
“หน้าที่ของเอสโตรเจน” นอกจากจะช่วยควบคุมระบบสืบพันธุ์ภายในของเพศหญิง ควบคุมลักษณะทางเพศภายนอก เอสโตรเจนยังส่งผลต่ออวัยวะภายในร่างกายแบบทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็น
- ระบบหัวใจและหลอดเลือด เพราะช่วยในการควบคุมการผลิตคอเลสเตอรอล คือเพิ่มปริมาณ HDL และลด LDL ทำให้โอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง
- ระบบกล้ามเนื้อกระดูกและข้อ เพราะช่วยควบคุมความสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย ลดโอกาสเกิดภาวะกระดูกพรุน
- ระบบประสาทและสมอง คือมีผลต่อด้านอารมณ์ จิตใจ และความจำ
ด้วยบทบาทความสำคัญของเอสโตรเจน ทำให้เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนผิดปกติ ไม่สมดุล ก็จะส่งผลให้มีอาการเหนื่อยง่าย อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ ขี้หลงขี้ลืม ผมร่วง น้ำหนักขึ้น ประจำเดือนมาไม่ปกติ และมีโอกาสเกิดโรคกระดูกพรุนตามมาได้
“ไฟโตเอสโตรเจน” สิ่งนี้คืออะไร? ทำไมถึงเหมาะสำหรับผู้หญิงวัยทอง
จริงๆ แล้วเอสโตรเจนธรรมชาติสามารถพบได้จากสัตว์และจากพืช โดยไฟโตเอสโตรเจน จะพบได้ในพืช สามารถออกฤทธิ์ได้เหมือนกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายมนุษย์แต่ในระดับต่ำกว่า ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ
- ไอโซฟลาโวน (isoflavone)
- คูเมสแตน (coumes-tans)
- ลิกแนน (lignan)
ด้วยคุณสมบัติที่ออกฤทธิ์เหมือนกับเอสโตรเจนในร่างกาย ปัจจุบันจึงมีการนำ “ไอโซฟลาโวน” ที่พบได้ในอาหารของคน โดยเฉพาะถั่วเหลือง หรือผักสีเขียว อย่าง บรอคโคลี มาใช้เป็นอาหารเสริมเพื่อทดแทนฮอร์โมนสำหรับผู้หญิงวัยทอง ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบจากการที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดแบบรวดเร็วหลังหมดประจำเดือน ลดความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด รวมถึงโรคมะเร็งต่างๆ ที่อาจเกิดจากระดับเอสโตรเจนที่ลดลงด้วย
นอกจากนี้ยังพบว่าการรับประทานโปรตีนจากถั่วเหลือง ยังมีผลลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ถั่วเหลืองประกอบด้วยกลุ่มสารประกอบสำคัญที่เรียกว่า ไอโซฟลาโวน จัดเป็น ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากพืช ผลิตภัณฑ์อาหารจากถั่วเหลืองที่เป็นรูปแบบของแข็งมักจะมีปริมาณไอโซฟลาโวนสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว เช่น แป้งถั่วเหลืองจะมีปริมาณไอโซฟลาโวนสูงกว่าน้ำถั่วเหลือง ปริมาณไอโซฟลาโวนที่แนะนำคือ 50-100 มิลลิกรัม/วัน หากคิดแบบคร่าว ๆ เทียบเท่ากับน้ำถั่วเหลืองประมาณวันละ 2 –4 แก้ว หรือเต้าหู้ในขนาดที่กำหนดประมาณวันละ 2 –4 ก้อน โดยอาหารที่มีไอโซฟลาโวนในปริมาณมากเช่น ฟองเต้าหู้ดิบ,แป้งถั่วเหลือง,ถั่วเหลืองสีเขียวที่แก่จัด หรือโปรตีนถั่วเหลืองเข้มข้น
ถั่ว 4 ชนิด อุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระยับยั้งก่อมะเร็ง!
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
อาหารบางชนิดอาจไปกระตุ้นให้ภาวะวัยทองมีอาการมากขึ้นได้ เช่น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ ทั้งนี้การดื่มชา กาแฟเป็นประจำยังส่งผลทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ควรอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัดหรือเผ็ดร้อน ขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน และอาหารแปรรูป เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรนลดต่ำลง ส่งผลให้ไขมันสะสมที่หน้าท้อง อ้วนได้ง่าย ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ รวมถึงโรคเบาหวานได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไทและFDA Thai
อาหารที่วัยทองควรกิน-ควรเลี่ยง ชะลอความเสื่อมร่างกายรักษาสมดุลฮอร์โมน
5 อาหารควบคุมฮอร์โมนวัยทอง ลดอารมณ์เหวี่ยงวีน-ป้องกันกระดูกพรุน