เปิดแคลเซียม“งาขาว งาดำ” แนะควรกินวันละช้อนเสริมสุขภาพ!
งาขาว งาดำ ธัญพืชท็อปปิ้ง ที่หลายคนเลิฟ กลิ่นหอมเพิ่มความอยากอาหารแถมได้ประโยชน์ไปเต็มๆ แต่รู้หรือไม่ งาขาว งาดำ ล้วนอุดมไปด้วยประโยชน์ กรดไขมันโอเมก้า และแคลเซียม!
เมล็ดงา (Sesame) ธัญพืช ซึ่งอยู่ในพืชตระกูลล้มลุก ที่หลายคนรู้จักและรับประทานกันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ทั้งงาขาวและงาดำ ไม่ว่าจะนำมาประกอบอาหาร ขนมหวานต่างๆ หรือง่ายที่สุด คือโรยผสมในสลัดผัก หรือ หุ้งข้าวผสมงา หรือที่คุ้นตาคงจะเป็นน้ำเต้าหู้ผสมงาดำ นอกจากนี้ยังนิยมสกัดเป็นน้ำมันเพื่อใช้ปรุงประกอบอาหาร ซึ่งจะทำให้อาหารมีกลิ่นหอมเพิ่มความอยากอาหารได้ด้วย
คุณค่าทางโภชนาการของงาขาวและงาดำ
- สารต้านอนุมูลอิสระ เซซามิน (sesamin) เซซาโมลิน (sesamolin) และเซซามอล (sesamol) ช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตับ สมอง และหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผม หนังศีรษะ และผิวพรรณ
- โปรตีน และกรดอะมิโนเมธิโอนีน จัดเป็นกรดอะมิโนจำเป็น ซึ่งร่างกายสังเคราะห์ขึ้นมาเองไม่ได้
- กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว มีปริมาณสูงถึงร้อยละ 80 ของไขมันทั้งหมด ประกอบด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 กรดโอเลอิก และกรดไลโนเลอิก ดังนั้นจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ดี และสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้
- ใยอาหาร ไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดระดับไขมันคอเลสตอรอลในเลือด และมีส่วนช่วยทำให้อาการความดันโลหิตสูงดีขึ้นด้วย
อาซาอิ ผลไม้เติมความสดชื่น อุดมใยอาหาร ช่วยให้ซูเปอร์เฟรชได้ทุกวัน!
แคลเซียมในงาดำและงาขาวต่างกันหรือไม่?
จากข้อมูลทางการแพทย์ พบว่าทั้งงาขาวและงาดำนั้นมีสารอาหารที่ใกล้เคียงกันค่ะ แต่ส่วนที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนก็คือ “แคลเซียม” ในงาดำนั้นสูงกว่างาขาวเป็นอย่างมาก
- งาขาว 100 กรัม แคลเซียม 90 มิลลิกรัม
- งาดำ 100 กรัม แคลเซียม 975 – 1,469 มิลลิกรัม
อย่างไรก็ตาม งาดำและงาขาวเป็นพืชที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบหลัก ให้พลังงานสูงถึง 650-700 กิโลแคลอรี่ ต่อ 100 กรัม จึงควรนำมาบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม หรือประมาณวันละไม่เกิน 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม) อีกทั้งยังมีสรรพคุณทางยาใช้เป็นยาระบายอ่อนๆด้วย อย่างไรก็ตามควรกินแต่พอดี เลือกกินงาที่คั่วสดใหม่ไม่เหม็นหืน และหลากหลายเลือกกินให้ครบทั้ง 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ และ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ
“ฟลาโวนอยด์” โมเลกุลคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง มีสารต้านอนุมูลอิสระ!