ไขข้อสงสัยมื้อเช้ายอดฮิต กลิ่นแอมโมเนีย “ปาท่องโก๋” อันตรายหรือไม่?
ปาท่องโก๋ ของอาหารเช้ายอดนิยม หาง่าย ราคาถูก แน่นอนว่าของทอดกินมากไปก็ไม่ดี ไขข้อสงสัย บางร้านบางสูตร ปาท่องโก๋ แอบมีกลิ่นฉุนคล้ายแอมโมเนียม อันตรายหรือไม่?
ปาท่องโก๋ หรือ อิ่วจาก้วย นับเป็นของว่างอยู่ท้องของคนชอบกินกาแฟหรือโกโก้ตอนเช้า เพราะความกรอบ หอม มัน หาซื้อง่าย แถมราคาถูก ทำเอาครองใจคนได้ไม่ยากและมีมาอย่างช้านานแล้ว แน่นอนขึ้นชื่อว่าของทอดย่อมไม่ดีต่อสุขภาพ แต่หากกินครั้งคราว พอหายอยากก็ไม่เป็นไร
ล่าสุดมีข่าวโซเชียลพากันออกมาเตือน “ไม่ควรกินปาท่องโก๋ เพราะมีการใส่แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต ทำให้ไตทำงานหนัก” ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้าน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ได้เคยออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่า “ไม่เป็นความจริง”
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมายืนยันอีกเสียงว่า แม้ปาท่องโก๋ มีสารที่นิยมใช้ในการทำให้ขึ้นฟู 3 ชนิด คือ ผงฟู ยีสต์ และแอมโมเนียมไบคาร์บอเนต จะช่วยให้ปาท่องโก๋กรอบพองฟูและก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า แอมโมเนีย (Baking Ammonia) เป็นส่วนผสมที่ใช้ในบางสูตรของปาท่องโก๋ โดยมีหน้าที่ในการช่วยให้แป้งทอดกรอบฟูและมีสีเหลืองสวย แต่การทอดปาท่องโก๋ ด้วยด้วยน้ำมันที่ไม่ร้อนจัดพอ ระยะเวลาไม่นานพอ ทอดแบบแน่นเกินไป หรือใส่สารมากเกินความจำเป็น สารแอมโมเนียระเหยไม่หมด ทำให้เกิดกลิ่นของแอมโมเนีย ซึ่งมีกลิ่นคล้ายฉี่
ดังนั้น “ผู้บริโภค” ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นแอมโมเนีย จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ไอระเหยอาจจะทำให้ “ผู้ทอด” เกิดอาการระคายเคืองในลําคอ
ขอให้จำไว้ว่า แอมโมเนียในปาท่องโก๋ ไม่ได้น่ากลัว แต่ที่น่ากลัวคือ ไขมันสูง เพราะปาท่องโก๋คู่หนึ่งให้พลังงานราว 120-180 กิโลแคลอรี โดยมาจากไขมันจากน้ำมันที่ใช้ทอด มากกว่าแป้ง มักจะเห็นปาท่องโก๋มีน้ำมันซุ่มอยู่ด้วย แม้จะเอามาสะเด็ดน้ำมันแล้วกัน
ดังนั้น ความเสี่ยงต่อสุขภาพของการกินปาท่องโก๋บ่อยๆ นอกจากเรื่องปริมาณแคลอรีที่สูงแล้ว ยังมาจากการทอดในน้ำมัน ทีมีไขมันชนิดอิ่มตัวสูงมาก ทุกครั้งที่เรากินปาท่องโก๋เราก็จะได้รับไขมันอิ่มตัวเข้าไป และการได้รับไขมันอิ่มตัวในปริมาณมาก จะทำให้เกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ซึ่งเป็นต้นทางของโรคหัวใจได้ ไขมันอิ่มตัว จะไปทำลายคลอเรสเตอรอลชนิดดี หรือเอชดีแอล (HDL) ที่มีประโยชน์ในร่างกายของเรา และไปเพิ่มคลอเรสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ซึ่ง LDL มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ คือ โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคมะเร็ง และโรคระบบภูมิต้านทานให้ทำงานผิดปกติอีกด้วย
เปิดแคลเซียม“งาขาว งาดำ” แนะควรกินวันละช้อนเสริมสุขภาพ!
นอกจากนี้ การทอดนํ้ามันซ้ำหลายๆ ครั้ง นอกจากจะก่อให้เกิดสารอะคริลาไมด์แล้ว ยังทำให้คุณค่าทางโภชนาการของอาหารลดลง และอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว หากรับประทานมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ได้
วิธีการลดความเสี่ยงของอะคริลาไมด์
- ทอดอาหารด้วยน้ำมันใหม่ สะอาด และเปลี่ยนน้ำมันใหม่ทุกครั้งที่ทอด
- ควบคุมอุณหภูมิการทอดให้อยู่ในระดับปานกลาง (ไม่เกิน 175 องศาเซลเซียส)
- เลือกทานอาหารที่ผ่านการปรุงด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การอบ การนึ่ง การตุ๋น
การรับประทานปาท่องโก๋ทอดเป็นครั้งคราว ไม่ได้ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ แต่การเลือกใช้น้ำมันใหม่ สะอาด และควบคุมอุณหภูมิการทอดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงได้ เพื่อสุขภาพที่ดี
การกินปาท่องโก๋ คือ กินกับกาแฟดำ หรือ เครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลน้อย หรือน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล ผสมกับธัญพืชหลากหลาย เลี่ยงการจิ้มนมข้ม! เพื่อลดไขมันที่จะได้รับลง แนะ ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม และเลือกกินอาหารที่หลากหลายไม่ครั้งกินซ้ำกินนานนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
“ฟลาโวนอยด์” โมเลกุลคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง มีสารต้านอนุมูลอิสระ!
อาซาอิ ผลไม้เติมความสดชื่น อุดมใยอาหาร ช่วยให้ซูเปอร์เฟรชได้ทุกวัน!