อาหารผู้ป่วยโรคไต กินอย่างไรให้คุมโรคอยู่หมัด ช่วยถนอมสุขภาพ
ผู้ป่วยโรคไต นับว่าเป็นโรคที่ต้องให้ความสำคัญต่อการกินเป็นอย่างมาก หากกินดีจะสามารถช่วยชะลอโรคได้ กลับกันหากมองข้ามโภชนาการที่ดี ก็จะทำให้โรคยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่ม!
การกินอาหารที่ถูกหลัก นับเป็นกุญแจสำคัญของผู้ป่วยโรคไต และหัวใจสำคัญของอาหารคือการลดเค็ม จึงต้องมีการจำกัดการรับโซเดียมให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งโรคดังกล่าวยังมีความเจาะจง ของการกำหนดสารอาหารในการรับประทานต่อวัน เช่น โปรตีน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และแร่ธาตุต่างๆ ตามระยะของโรคที่เป็นมากกว่าโรคทั่วไป
การควบคุมอาหารอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของโรค และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีไตเสื่อมอยู่ในระยะ 3 เป็นต้นไปแล้วก็ตาม จะช่วยดูแลและชะลอความเสื่อมของไตได้
Magnific/halalstock
โภชนาการผู้ป่วยโรคไต
หลักการกินอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต
- โซเดียม ในการดูแลผู้ป่วยโรคไต แนะนำว่าควรกินเกลือน้อยกว่า หรือเท่ากับ 1 ช้อนชาต่อวัน หรือ โซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
- ลดการเติมเครื่องปรุง เช่น น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม เกลือ ผงชูรส ลงไปในอาหาร
- เลี่ยงอาหารแช่แข็ง ของหมักดอง ขนมกรุบกรอบ ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ
- หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน กุนเชียง แหนม หมูยอ เพราะมีเกลือและไขมันสูง
- หลีกเลี่ยงเบเกอรี่ ขนมอบ เนื่องจากมีการใส่ผงฟูหรือเบกกิ้งโซดาในการทำขนมซึ่งมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ
- โปรตีนควรเลือกโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ขาว เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น เนื้อปลา อกไก่ สันในไก่ สันในหมู ในปริมาณที่เหมาะสมกับระยะของโรค โดยปริมาณโปรตีนในหนึ่งวันที่ผู้ป่วยโรคไตควรได้รับในแต่ระยะของโรคนั้น มีดังนี้
- โรคไตระยะ 1-3A - ไม่จำเป็นต้องมีการจำกัดโปรตีน แต่ให้กินได้เป็นปกติ ในสัดส่วน 1.0-1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
- โรคไตระยะที่ 3B-5 และยังไม่ได้ล้างไต อาจจะต้องมีการเลือกชนิดและควบคุมประมาณการบริโภคโปรตีน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ไตทำงานหนัก รวมถึงช่วยดูแลและชะลอการเสื่อมของไตได้ดี โดยรับประทานสารอาหารประเภทโปรตีนได้ไม่เกินวันละ 0.6-0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
- โรคไตที่มีการล้างไตแล้ว อาจจะรับประทานโปรตีนเป็นปกติได้ หรืออาจรับประทานโปรตีนได้ถึง 1.3-1.4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เพื่อชดเชยโปรตีนที่สูญเสียไประหว่างการล้างไตด้วยได้
- ฟอสฟอรัส
- ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อมในระยะ 3 ขึ้นไป จะมีการขับฟอสฟอรัสได้น้อยลง ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น
- อาหารจำพวกนม โยเกิร์ต นมถั่วเหลือง ไข่แดง เครื่องในสัตว์ ปลากรอบ เต้าหู้ ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และธัญพืชต่างๆ เช่น งาขาว งาดำ เมล็ดฟักทอง รวมถึงถั่วต่างๆ น้ำอัดลมสีเข้ม น้ำแร่ ขนมปัง ไอศครีม
สามารถกินอาหารที่มีฟอสฟอรัสต่ำในสัดส่วนที่เหมาะสม ได้ เช่น
- ข้าวขาว
- ขนมปังขาว
- วุ้นเส้น เส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่
- ไข่ขาว
- เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
- น้ำขิง
- น้ำมะนาวโซดา
5 แหล่งอาหารช่วยบำรุงความจำ ชะลอความเสื่อมของสมอง
- โพแทสเซียม
ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อมในระยะที่ 3 ขึ้นไป จะมีการขับโพแทสเซียมได้น้อยลง ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อมในระยะที่ 3 ขึ้นไปหรือมีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น
- อาหารจำพวกผักสีเข้ม เช่น บล็อกคโคลี่ คะน้า หัวปลี กะหล่ำดอก แครอท
- ในส่วนของผลไม้ เช่น ส้ม ทุเรียน แตงโม มะละกอ แก้วมังกร ฝรั่ง ขนุน
สามารถกินอาหารที่มีโพแทสเซียมต่ำ
- ผัก เช่น กะหล่ำปลี ยอดมะระ ผักกาดขาว ผักบุ้ง มะเขือยาว
- ผลไม้ เช่น เงาะ มังคุด สับปะรด แอปเปิ้ล
ทั้งนี้การกินอาหารทุกชนิดถึงแม้จะกินได้แต่ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายไม่ต้องทำงานหนักเกินไปที่สำคัญควรพบแพทย์เพื่อเช็กสุขภาพอยู่สม่ำเสมอ หากสงสัยในโภชนาการควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท