สรรพคุณ “กระเทียม” สมุนไพรใกล้ตัวช่วยลดไขมันในเลือด ต้านการอักเสบ
กระเทียม สมุนไพรกลิ่นฉุนรสเผ็ดร้อน สรรพคุณเด่นลดไขมันในเลือด-ไขมันพอกตับ เผยประโยชน์และข้อควรระวังกิน
กระเทียม สมุนไพรไทยก้นครัว ได้รับความนิยมสูง นำไปประกอบอาหารอย่างหลากหลาย ซึ่งเป็นตัวช่วยชูรสชาติได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่ากระเทียมเป็นสมุนไพรกลิ่นแรง รสเผ็ดร้อน ทำให้มีทั้งแฟนคลับ และคนที่ไม่ชอบ กระเทียมเป็นเครื่องสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และยังเป็นพืชที่ธาตุซีลีเนียมสูงกว่าพืชชนิดอื่น ๆ อีกทั้งยังมีสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นตัวสร้าง DNA และ RNA ของเซลล์ในร่างกาย โดยกระเทียมดิบ100 กรัม พลังงาน 149 กิโลแคลอรี
นอกจากนี้ยังมีการนำกระเทียมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น กระเทียมเสริมอาหาร กระเทียมสกัดผง สารสกัดน้ำมันกระเทียม กระเทียมดอง เป็นต้น
สรรพคุณในทางการแพทย์แผนไทยพบว่ากระเทียมมีรสร้อน เป็นยาแก้ไข้ แก้โรคผิวหนัง เป็นยาขับลมในลำไส้ ขณะที่ข้อมูลการวิจัยพรีคลินิกพบว่า กระเทียมสดสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราลดปริมาณไขมันในเลือด มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งลดค่าเอนไซม์ตับ (AST) ช่วยลดเกิดโรคไขมันพอกตับได้ ลดความดันโลหิตสูง สารสกัดของกระเทียมมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ต้านออกซิเดชั่น และต้านการอักเสบได้ด้วย
ประโยชน์ของกระเทียมด้านอื่นๆ
- แก้ปัญหาผมหลุดร่วง เพราะมีอัลซิลินและซัลเฟอร์สูง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดปัญหาผมหลุดร่วงนั่นเอง
- รักษาสิว กระเทียมถือเป็นยารักษาสิวจากธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก เพราะมีแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ โดยฝานกระเทียมสดบาง ๆ แล้วนำมาประคบลงบนสิวเบา ๆ ทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออกด้วยนำสะอาด
- ป้องกันและรักษาโรคหวัดกระเทียมมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูง หากเป็นหวัด สามารถไล่หวัดได้ง่าย ๆ ด้วยการหั่นกระเทียมเป็นแว่น แช่ในน้ำร้อนประมาณ 2-3 นาที แล้วกรองเอากากออก จิบเป็นชากระเทียมอุ่น ๆ ได้เช่นกัน
- บรรเทาการอักเสบโรคสะเก็ดเงินเมื่อกระเทียมมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ดังนั้นจึงช่วยบรรเทาอาการอักเสบจากผื่นแดงได้ดี โดยเฉพาะผื่นแดงที่เกิดจากโรคสะเก็ดเงิน ให้ทาน้ำมันกระเทียมบริเวณที่เป็นแผล เพื่อให้สะเก็ดหลุดไป และลดผื่นแดงบนผิวหนังก็ได้
- ช่วยควบคุมน้ำหนัก ผลการศึกษาจาก Nutritionist Cynthia Sass ที่ทำการศึกษากับหนูที่กินกระเทียมพบว่า หนูที่กินกระเทียมมีน้ำหนักและการสะสมของไขมันลดลง ฉะนั้นก็พยายามกินกระเทียมที่ผสมอยู่ในอาหารกันเยอะ ๆ หรือสำหรับคนที่ทนกลิ่นไม่ได้จริง ๆ ก็เลือกกินอาหารเสริมอย่างเช่น กระเทียมอัดเม็ดก็ได้
- ถอนเสี้ยน เสี้ยนที่ตำเท้าหรือมือเราให้เจ็บแปลบ ให้ฝานกระเทียมบาง ๆ แล้วพันทับด้วยผ้าพันแผล วิธีนี้เป็นวิธีธรรมชาติที่ใช้กันมายาวนาน
- กำจัดกลิ่นเท้า แช่เท้าลงในน้ำอุ่นผสมกระเทียมบด ทิ้งไว้สักพัก กลิ่นไม่พึงประสงค์และอาการคันก็จะหายไป เพราะในกระเทียมมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา
“บอระเพ็ด” สมุนไพรรสขม สรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร ข้อควรระวังก่อนใช้
ผลข้างเคียงต้องรู้ก่อนกินกระเทียม
- ทำให้ลมหายใจและร่างกาย มีกลิ่น
- อาการระบบทางเดินอาหาร
- วิงเวียน ในบางรายอาจมีอาการแพ้จากการใช้กระเทียม
- การรับประทานกระเทียมในปริมาณมาก ๆ มีข้อควรระวังคือ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกง่าย หากจะต้องได้รับการผ่าตัดหรือทำฟัน ควรหยุดใช้กระเทียมล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
- หากผู้ป่วยรับประทานยาไซโคลสปอริน หรือยาซาควินาเวียร์ ไม่ควรรับประทานกระเทียมร่วมด้วย เพราะกระเทียมจะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงยาเหล่านั้นให้หมดฤทธิ์ได้มากขึ้นและเร็วขึ้น ทำให้ระดับยาในเลือดและประสิทธิผลในการรักษาของยาลดลงจนอาจใช้ยาไม่ได้ผล
- กระเทียมยิ่งสดเท่าไหร่ก็ยิ่งมีสรรพคุณที่ดีมากขึ้นเท่านั้น กระเทียมที่ผ่านความร้อนด้วยวิธีการต่าง ๆจะทำให้วิตามินและสารอัลลิซินที่มีอยู่ในกระเทียมนั้นสลายตัวไป
- วิตามินและแร่ธาตุที่อยู่ในกระเทียมนั้น จะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับดินและสภาพอากาศที่ใช้ในการเพาะปลูกอีกด้วย
- สำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ มีระดับความดันโลหิตเป็นปกติ ผู้ที่มีอาการของเลือดหยุดไหลช้า รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาอื่น ๆ เป็นประจำ เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาต้านไวรัส คุณไม่ควรรับประทานกระเทียมหรือผลิตภัณฑ์กระเทียมเสริมในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เป็นโทษต่อร่างกายได้
- สำหรับผู้ที่ได้รับกลิ่นของกระเทียมเป็นประจำ อาจทำให้เกิดอาการแพ้กระเทียมเมื่อรับประทานได้ โดยอาจจะมีอาการคลื่นไส้ และมีอาหารหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติ แต่อาการดังกล่าวจะค่อย ๆ หายไปเองภายในเวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งกระเทียมที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารมักจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่ากระเทียมแบบสด ๆ
- สำหรับผู้ที่อยู่ในครัวหรือผู้ต้องใช้มือสัมผัสกับกระเทียมเป็นประจำและเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ มีตุ่มน้ำได้ ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกระเทียมโดยตรง
แม้ว่ากระเทียมจะเป็นพืชที่มีสรรพคุณอยู่มากมาย แต่คุณก็ไม่ควรที่จะเลือกใช้กระเทียมเพื่อหวังผลในการรักษาอาการหรือโรคใดโรคหนึ่ง อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละบุคคลก็อาจจะแตกต่างกันออกไป ดังนั้นคุณควรเลือกรับประทานให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก,medthaiและคณะแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี
เปิดสรรพคุณ “เพชรสังฆาต” สมุนไพรไทย เด่นรักษาริดสีดวง เผยข้อควรระวัง!
“ขมิ้นชัน” มีสารสีทอง เผยสรรพคุณต้านการอักเสบ และผลข้างเคียง