“ดอกขจร” ผักพื้นบ้านยอดนิยม ปรุงได้หลากหลายเมนู ประโยชน์สรรพคุณเด่น
หลายคนคงเคยเห็นเคยกิน ดอกขจร หรือ ผักสลิดกันมาบ้างแล้ว ทั้งลวกจิ้มกินแนมน้ำพริก หรือ ยำดอกขจร และอีกหลากหลายเมนู แต่รู้หรือไม่ ? ดอกขจรมีทั้งประโยชน์และสรรพคุณหลากหลาย
ดอกขจร หรือ ผักสลิด และอีกหลายๆชื่อตามพื้นที่ ตามข้อมูล เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในบริเวณเขตร้อนของทวีปเอเชีย เช่น จีนตอนใต้ อินเดีย เวียดนาม ลาว พม่า และไทย เป็นต้น สำหรับในประเทศไทย ถือได้ว่าขจร เป็นผักพื้นบ้านพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ
ขจร มีรสเย็นขม และหอม นิยมนำมากินทั้งยอดอ่อน ผลอ่อน และดอกของขจรสามารถนำมาทำอาหารได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะใช้เป็นผักต้มหรือผักลวกจิ้มน้ำพริกหรือทำเป็นอาหารอื่น ๆ เช่น แกงส้มดอกขจร ยำดอกขจร แกงจืดดอกขจร ข้าวต้มดอกขจร เป็นต้น
ยอดอ่อนและดอกขจรในปริมาณ 100 กรัม มีวิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ คือวิตามินเอ มากถึง 3,150 I.U. วิตามินซี 45 มิลลิกรัม แคลเซียม 70 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 90 มิลลิกรัม
สรรพคุณของดอกขจร
- ยอดอ่อน ดอก ลูกอ่อน บำรุงธาตุ บำรุงตับ ปอด แก้เสมหะเป็นพิษ ราก ทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมาช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน รักษาหวัดที่เกิดจากการตากลมหรืออากาศเย็น ช่วยบำรุงตับ บำรุงสายตา บำรุงเลือด บำรุงฮอร์โมนของสตรี ช่วยขับเสมหะ และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
- ราก เป็นเครื่องยาสมุนไพรใช้หยอดรักษาตา อีกทั้งมีสรรพคุณทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา ดับพิษได้
ขจร เป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหารทั้งคาว และหวานรับประทานมาตั้งแต่อดีตแล้ว จึงไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ แต่ในการนำมาใช้เป็นสมุนไพรนั้น ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเช่นเดียวกันกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่น โดยควรใช้ในขนาดที่พอดี ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไป หรือ ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ และสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก : เทศบาลตำบลบ่อทอง และ disthai
ผักแพว ประโยชน์ผักพื้นบ้านกลิ่นหอมฉุน วิตามินสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ
ประโยชน์ “บัวหิมะ” เนื้อหวานฉ่ำ มีสรรพคุณเป็นหนึ่งในตัวยาแก้แผลพุพองไฟไหม้