อาหารป้องกันขาดวิตามินบี 1 แพทย์แนะบางชนิดควรเลี่ยงเพราะขัดขวางการดูดซึม
วิตามินบี 1 หรือ ไทอามีน (Thiamine) เป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกายและระบบร่างกาย เผย แหล่งอาหารเพื่อสุขภาพช่วยเสริมโภชนาการและวิตามิน และ อาหารที่ควรเลี่ยงเพราะขัดขวางและทำลายการดูดซึมของวิตามิน
วิตามินบี 1 หรือ ไทอามีน (Thiamine) เป็นวิตามินที่มีหน้าที่และช่วยในการกระตุ้นการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ให้เป็นพลังงานของร่างกายเพื่อใช้ในการเคลื่อนไหวและเสริมสร้างการเจริญเติบโต ทั้งนี้ยังมีส่วนสำคัญในการดูแลระบบประสาท และการทำงานของระบบหัวใจ โดยร่างกายจะสะสมวิตามินบี 1 ไว้ตามกล้ามเนื้อ สมอง และหัวใจ ร่างกายจะค่อยๆ ใช้วิตามินที่สะสมไว้จนหมด ภายใน 1 เดือน หากเกิดภาวะขาดวิตามิน ร่างกายจะค่อยๆ ใช้วิตามินที่สะสมไว้จนหมด ภายใน 1 เดือน อาการข้างเคียงจะเริ่มปรากฏ
Freepik/Flowo
อาหารเพื่อสุขภาพ
อาการภาวะขาดวิตามินบี 1
- อ่อนเพลีย ขาดมีสมาธิ ความจำไม่ดี หงุดหงิดง่าย
- เจ็บหน้าอก นอนไม่หลับ ท้องผูก อืด เบื่ออาหาร ชาตามปลายเท้าสองข้าง
- ปวดกล้ามเนื้อ ลุกไม่ขึ้น หากอาการรุนแรงอาจเป็นตะคริว ซึ่งมักเกิดในเวลากลางคืน
- มีอาการเหน็บชาตามปลายมือและปลายเท้า ทำให้รู้สึกเจ็บแปล๊บ
- เหนื่อยง่ายกว่าปกติ แขนขาอ่อนแรง ปัสสาวะลดลง ปวดตามน่อง อารมณ์แปรปรวน
- น้ำหนักลด เท้าบวม นอนราบไม่ได้ ผิวร้อน ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็วผิดจังหวะ
การขาดวิตามินบี 1 ในระยะแรก อาจทำให้หัวใจเต้นช้าลง หากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษาอาจเสี่ยงทำให้หัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด
อาหารป้องกันขาดวิตามินบี 1
- เลือกทานอาหารให้ครบตามหลักโภชนาการ ซึ่งถ้าเป็นวิตามินบี 1 จะพบได้มากในข้าวซ้อมมือ ไข่แดง เนื้อสัตว์ นม ถั่ว โยเกิร์ต น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ และธัญพืชเปลือกบาง
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำลายวิตามิน เช่น ปลาร้า หมาก พลู ชา หอยแมลงภู่ หอยกาบ
- ไม่รับประทานกุ้งดิบ เนื้อสัตว์ดิบ และปลาน้ำจืดบางชนิด เพราะมีเอนไซม์ Thiaminase ที่ลดการดูดซึม Thiamine
เนื่องจากวิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเอง ต้องได้รับจากการรับประทานเท่านั้น อีกทั้งร่างกายยังสามารถสะสมไว้ในจำนวนจำกัด จึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 เป็นประจำ
วิจัยประโยชน์ของ “ไข่” โปรตีนราคาย่อมเยา ควบคุมน้ำหนัก ลดเบาหวาน
วิธีรักษาภาวะขาดวิตามินบี 1
แพทย์จะทำการตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดว่าผู้ป่วยมีภาวะขาดวิตามินบี 1 หรือเกิดขึ้นจากภาวะแทรกซ้อนอันเนื่องมาจากโรคทางกายชนิดอื่น สังเกตปริมาณของวิตามินที่ถูกขับออกมา บางรายอาจมีการตรวจหาค่าเอนไซม์จากเม็ดเลือดแดง (Erythrocyte Transketolase Activity) ในช่วงก่อนและหลังให้วิตามิน หากพบว่าการขาดวิตามินแบบไม่รุนแรง แพทย์จะให้รับประทานวิตามินบี 1 ชนิดอาหารเสริม วันละ 20-30 มิลลิกรัม ติดต่อกันประมาณ 3 สัปดาห์
ผู้ที่เกิดภาวะหัวใจวาย แพทย์จะใช้การฉีดวิตามินบี 1 จำนวน 50-100 มิลลิกรัมเข้าสู่เส้นเลือดดำ เพราะตอบสนองได้ดีกว่า กรณีที่มีอาการทางประสาท ต้องฉีดเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 2 ครั้ง จนว่าอาการจะดีขึ้น และให้รับประทานวิตามินเสริมต่อเนื่องวันละ 20-30 มิลลิกรัม
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช ศรีนครินทร์
สมุนไพร-วิตามิน กินไม่ศึกษาหรือปรึกษาแพทย์ ระวังเป็นพิษตับ ทำลายสุขภาพ
อาหารกินบ่อยเสี่ยง “ไขมันพอกตับ” ปัจจัยก่อมะเร็งตับถึงไม่ดื่มแอลกอฮอล์