"น้ำผึ้ง" ความหวานจากธรรมชาติ แก้ไอเจ็บคอ และลักษณะน้ำผึ้งที่ดี
น้ำผึ้ง ความหวานจากธรรมชาติ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เผยประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ แก้ไอและเจ็บคอ เผยลักษณะน้ำผึ้งที่ดี
น้ำผึ้ง (Honey) เป็นผลผลิตจากน้ำหวานของดอกไม้ ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและทางกายภาพบางประการจากกระเพาะน้ำหวานของผึ้ง ซึ่งจะมีเอนไซม์จากต่อมน้ำลายขับออกมาเปลี่ยนหรือเมตาบอไลซ์น้ำตาลกลูโคสและฟรุกโทส ให้เป็นน้ำตาลแปรรูป (Invert Sugar) นับเป็นความหวานจากธรรมชาติ มีส่วนผสมของน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็คือ ฟรุกโทสและกลูโคสเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีวิตามินและแร่ธาตุผสมอยู่ด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 กรดโฟลิก วิตามินซี
ธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ทองแดงและสังกะสี เป็นต้น
ประโยชน์ของน้ำผึ้ง
- น้ำผึ้งช่วยแก้ไอและเจ็บคอได้
จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Pediatrics เผยว่า น้ำผึ้งมีสรรพคุณเทียบเท่ายาปฏิชีวนะเบา ๆ สามารถกำจัดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไอ เจ็บคอ ได้ โดยเฉพาะคนที่ไอเรื้อรังไม่ยอมหาย ลองกินน้ำผึ้ง 2 ช้อนชาแล้วดื่มน้ำอุ่นตาม อาการไอจะค่อย ๆ บรรเทาลง
- แก้ท้องผูก รักษาโรคกระเพาะ
น้ำผึ้งมีโพรไบโอติกส์ ดังนั้นเพียงจิบน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นก่อนเข้านอน จะช่วยแก้อาการท้องผูดได้ นอกจากนี้ น้ำผึ้งมีฤทธิ์สมานแผล จึงสามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหารของผู้ป่วยโรคกระเพาะได้ โดยเฉพาะคนที่มีอาการโรคกระเพาะในระยะเริ่มต้น ควรกินน้ำผึ้งวันละ 1 ช้อนชาเป็นประจำ
- น้ำผึ้งแก้โรคนอนไม่หลับ
นักโภชนาการจาก Seattle Sutton's Healthy Eating ชิคาโก แนะนำให้ผู้ที่นอนไม่หลับเป็นประจำกินน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาก่อนเข้านอน 30 นาที ด้วยเหตุผลที่ว่าน้ำผึ้งให้ความหวานกับร่างกาย ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตอินซูลินและหลั่งเซโรโทนิน ฮอร์โมนแห่งความสุขออกมาได้ จากนั้นเซโรโทนินจะเปลี่ยนตัวเองเป็นเมลาโทนิน ฮอร์โมนที่พาให้รู้สึกง่วงและรู้สึกอยากนอนหลับ
- เติมพลังให้ร่างกาย
น้ำผึ้งแค่เพียง 1 ช้อนโต๊ะก็มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตราว 17 กรัม ซึ่งก็เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อุดมไปด้วยกลูโคสและฟรุกโตสจากธรรมชาติแท้ ๆ ดังนั้นร่างกายจึงสามารถดูดซึมพลังงานเหล่านี้เข้าเส้นเลือดได้อย่างรวดเร็ว บูทพลังให้หายจากอาการเพลียหรืออาการเหนื่อยล้าหลังออกกำลังหนัก ๆ ได้ชะงัก
ลักษณะของน้ำผึ้งตามมาตรฐาน
- ต้องเป็นของเหลวข้น
- มีสีตามธรรมชาติตั้งแต่สีเหลืองอ่อนถึงสีน้ำตาล มีกลิ่นตามธรรมชาติของน้ำผึ้ง ปราศจากกลิ่นรสอื่นที่ไม่พึงประสงค์
- ไม่พบสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ใช่น้ำผึ้ง เช่น เส้นผม ขนสัตว์ ดิน ทราย กรวด ชิ้นส่วนหรือสิ่งปฏิกูลจากสัตว์
- ไม่ใช้วัตถุกันเสียและสีสังเคราะห์ทุกชนิด
- มีน้ำตาลรีดิวซิ่ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 โดยน้ำหนัก
- มีความชื้น ไม่เกินร้อยละ 21 โดยน้ำหนัก
- มีน้ำตาลซูโครส ไม่เกินร้อยละ 5 โดยน้ำหนัก
- สารปนเปื้อน ได้แก่ สารหนู ต้องไม่เกิน 0.2 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และ ตะกั่ว ต้องไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
- จุลินทรีย์จำพวกยีสต์และรา ต้องน้อยกว่า 10 โคโลนีต่อตัวอย่าง 1 กรัม
จิบน้ำอุ่น ลดอาหารเป็นหวัด คัดจมูก เจ็บคอ ช่วยปรับสมดุลร่างกาย
ข้อควรระวังในการบริโภคน้ำผึ้ง
ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี กินน้ำผึ้ง เนื่องจากในน้ำผึ้งมีทั้งเอนไซม์ น้ำลายจากตัวผึ้ง เด็กอาจมีภูมิต้านทานไม่พอจนทำให้เกิดอาการอาเจียนหรือท้องเสียได้ ไม่ควรกินน้ำผึ้งเกินวันละ 10 ช้อนชา เพราะอย่าลืมว่าน้ำผึ้งก็เป็นน้ำตาลชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ และ ฐานข้อมูลส่งเสริมและยกระดับคุณภาพสินค้า OTOP
อาหารเป็นยา แพทย์เผยกลุ่มอาหารต้านไข้หวัดใหญ่ ช่วยเสริมภูมิ
10 อาหารช่วยปลุกสมอง คุณค่าทางโภชนาการสูง วิตามินฉ่ำ ฟื้นฟูร่างกาย