ก๋วยเตี๋ยวเมนูไหน โซเดียมเยอะสุด? ไม่ปรุงเพิ่ม ยกซด ลดเค็มช่วยลดโรค
รู้หรือไม่ ? ก๋วยเตี๋ยวเมนูในดวงใจสาวกเส้น แค่ 1 ชามโซเดียมก็อลังการเกินปริมาณที่ต้องการในแต่ละวันแล้ว เผยเมนูไหนเยอะที่สุด?
สาวกเส้นฟังทางนี้! หากพูดถึงเมนูในดวงใจอย่างก๋วยเตี๋ยวแน่นอนว่า จะให้กินกี่ครั้งกี่มื้อก็ไม่ปฎิเสธ แต่เรื่องหนึ่งที่อยากให้ใส่ใจ คือโซเดียม ที่มากเกินไปร่างกายจะแย่เอา เปิดข้อมูลก๋วยเตี๋ยวเมนูไหน โซเดียมเยอะที่สุด
ทำความรู้จักโซเดียม
โซเดียม แร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกายและความดันโลหิต WHO กำหนดมาตรฐานไว้ว่า ร่างกายคนเราควรบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
เทียบเท่า เกลือ 1 ช้อนชา หรือ 5 กรัม เมื่อเฉลี่ยแล้วไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 600 มิลลิกรัมต่อมื้ออาหาร การ กินเค็ม มากๆ หรือได้รับโซเดียมจากอาหารมากเกินความจำเป็นจะส่งผลต่อร่างกายและก่อให้เกิดโรคต่างๆ อย่าง โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด ได้
ก๋วยเตี๋ยวเมนูไหน โซเดียมเยอะสุด?
- ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส 1 ชาม ปริมาณ 500 กรัม
- ปริมาณโซเดียม 1,406 - 2,397 มิลลิกรัม
- ก๋วยเตี๋ยวหมู/ไก่ตุ๋น 1 ชาม ปริมาณ 500 กรัม
- ปริมาณโซเดียม 1,782 - 2,072 มิลลิกรัม
- ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก 1 ชาม ปริมาณ 500 กรัม
- ปริมาณโซเดียม 2,104 - 2,316 มิลลิกรัม
- ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ 1 ชาม ปริมาณ 500 กรัม
- ปริมาณโซเดียม 1,304 - 2,862 มิลลิกรัม
- ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ 1 ชาม ปริมาณ 500 กรัม
- ปริมาณโซเดียม 2,233 - 2,723 มิลลิกรัม
จะเห็นได้ว่าแค่ 1 ชามก็โซเดียมอลังการมาก มื้อเดียวก็เกินปริมาณต่อวันแล้ว เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการปรุงเพิ่ม และลดซดน้ำซุปจนหมดชาม เพื่อลดการได้รับโซเดียมที่เกินในแต่ละมื้อ
เมนูจานโปรด-ของหวานไม่เค็มแต่โซเดียมแฝงสูง! เสี่ยงโรคไตไม่รู้ตัว
โซเดียมมีอยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง?
- เครื่องปรุงรสชนิดต่างๆ อย่างน้ำปลา ซีอิ๊ว กะปิ ซอสหอยนางรม ปลาร้า ซุปสำเร็จรูป ผงชูรส หรือเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิด
- อาหารแปรรูป เช่น อาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารหมักดอง ขนมกรุบกรอบ รวมถึงเนื้อสัตว์แปรรูปต่างๆ
- ขนมที่มีการใช้ผงฟูเป็นส่วนประกอบ เช่น ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เพราะในผงฟูจะมีปริมาณโซเดียมสูง
- เครื่องดื่มเกลือแร่ที่นักกีฬานิยมดื่ม หากดื่มมากกว่าปริมาณที่แนะนำก็จะได้รับโซเดียมมากเกินไป
- น้ำผลไม้คั้นสดหรือแปรรูปที่ขายตามท้องตลาด มักมีการเติมเกลือหรือมีการใส่ส่วนประกอบอื่นๆ ในการปรุงรส ซึ่งมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ
แนวทางการปรับพฤติกรรมเพื่อลดการกินเค็มและโซเดียม
- เลือกรับประทานอาหารสดตามธรรมชาติ หากต้องการปรุงอาหารควรเลือกใช้เครื่องปรุงรสให้น้อยที่สุด หรือเลือกชนิดโซเดียมต่ำ
- หลีกเลี่ยงการใส่ผงชูรส
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหมักดอง อาหารแปรรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ขนมกรุบกรอบ และเบเกอรี่ทุกชนิด
- ลดการใช้ซอสปรุงรสหรือน้ำจิ้มประกอบการกินอาหาร
- ปรับนิสัยการรับประทานอาหารให้กินรสจืดขึ้น เพื่อลดการเติมเครื่องปรุงรส
- อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อหรือก่อนรับประทาน โดยเฉพาะดูปริมาณโซเดียมในอาหารนั้นๆ
การลดการกินเค็มที่ดี คือการปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม เน้นกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่กินอาหารรสจัดหรือรสเค็มมากเกินไป เพราะการกินเค็มจะส่งผลต่อการทำงานของไต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด โรคไต นั่นเอง และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือควรตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองความผิดปกติของร่างกาย หากพบความเสี่ยงหรือรอยโรคใดๆ แพทย์จะได้แนะนำเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดโรค หรือรีบทำการรักษาอย่างตรงจุด ก่อนที่โรคจะลุกลามจนกลายเป็นโรคเรื้อรังที่ยากต่อการรักษา
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ และ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
อาหารคนไขมันในเลือดสูง ควรเลือกกินแบบไหน ? เผยสัญญาณโรค
ประโยชน์“ไข่ต้ม” โปรตีนคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยบำรุงสุขภาพสมอง