ประโยชน์ของ "ลำไย" ผลไม้แคลอรีต่ำ น้ำตาลสูง กินเยอะเสี่ยงร้อนใน
ลำไย ผลไม้สุดโปรดของใครหลายคน ซึ่งอันที่จริงมีประโยชน์และแคลอรีค่อนข้างต่ำ แต่น้ำตาลสูงโดยลำไย 9 ผล มีน้ำตาลถึง 14 กรัม เทียบ 3 ช้อนชา จึงควรกินแต่พอดี ป้องกันร้อนใน
ลำไย เป็นผลไม้สุดฉ่ำ รสหวานที่หลายคนโปรดปรานแต่มักไม่กล้ากินมากเกินไป เพราะเชื่อว่าจะทำให้ร้อนใน เจ็บคอ แต่รู้ไหมว่า ลำไยก็อุดมไปด้วยโภชนการ ต่างๆ มากมาย อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีไขมันต่ำเนื้อลำไยสดประมาณ 9 ผล หรือ 75 กรัม ให้พลังงาน 59 แคลอรี ซึ่งเป็นปริมาณต่อมื้ออาหารที่เหมาะสมต่อผู้มีสุขภาพดี
เนื้อลำไยอุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนอันพบมากในกระดูกหลอดเลือด และผิวหนัง เนื้อลำไย 9 ผล ให้วิตามินซีสูงถึง 63 มิลลิกรัม ซึ่งเกือบเทียบเท่ากับปริมาณวิตามินซีที่แนะนำต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ผลไม้ชนิดนี้ขึ้นชื่อว่ามีน้ำตาลสูง โดยลำไย 9 ผล มีน้ำตาลถึง 14 กรัม ซึ่งเทียบเท่ากับ 3 ช้อนชา คิดเป็นครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำตาลที่แนะนำต่อวัน แนะนำให้บริโภคนํ้าตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม และหากเป็นเนื้อลำไยอบแห้งก็จะยิ่งมีแคลอรีและน้ำตาลสูงกว่าลำไยสดมาก
ลำไยนับผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญ นอก จากรับประทานผลสดหรือนำมาปรุงเป็นขนมหวาน เช่น ข้าวเหนียวเปียกลำไย ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าได้ด้วย เช่น ลำไยกระป๋อง ลำไยแช่แข็ง ลำไยอบแห้ง น้ำลำไย และไวน์ลำไย
สรรพคุณลำไย
- ใช้เมล็ดแก้บาดแผลมีเลือดออก ห้ามเลือด แก้ปวด สมานแผล แก้แผลมีหนอง และแก้กลากเกลื้อน
- ใบแก้ไข้หวัด แก้มาลาเรีย แก้ฝีหัวขาด แก้ริดสีดวงทวาร
- ดอกแก้โรคเกี่ยวกับหนองทั้งหลาย
- รากใช้แก้เสมหะและลม ถ่ายโลหิตออกทางทวารหนัก แก้ระดูขาวมากผิดปกติ ขับพยาธิเส้นด้าย
- เปลือกต้นแก้เสมหะ ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด สมานแผล แก้น้ำลายเหนียว
การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของลำไย จะพบว่าฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระนับเป็นคุณสมบัติเด่นของลำไย สารสกัดจากส่วนต่างๆ ของลำไย ได้แก่ ใบ ดอก เนื้อผล เปลือกผล ลำต้น กิ่ง และเมล็ด มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ โดยเฉพาะสารสกัดจากเมล็ดซึ่งจะมีฤทธิ์ดีกว่าสารสกัดจากส่วนอื่นๆ สารสำคัญในออกฤทธิ์จะเป็นสารในกลุ่มโพลีฟีนอล ได้แก่ gallic acid, ellagic acid, corilagin, 4-O-methylgallic acid, epi-catechin และสารโพลีแซคคาไรด์
นอกจากนี้ยังีมีงานวิจัยอีกหลากหลาย ที่บอกถึง ฤทธิ์ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ ยับยั้งการเจริญเติบโต และยับยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็งไปยังเซลล์ข้างเคียง อาทิ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด เป็นต้น นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว ลำไยยังมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อยีสต์ ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ฤทธิ์เพิ่มความจำ ต้านการเป็นพิษต่อตับ ลดความวิตกกังวล ปกป้องเซลล์ประสาท ปกป้องสมอง ต้านการก่อกลายพันธุ์ ต้านความเหนื่อยล้า ต้านเชื้อไวรัสตับอักเสบซี และปรับระบบภูมิคุ้มกัน
กินลำไยแล้วทำไมร้อนใน
เพราะลำไยถึงแม้จะมีแคลค่อนข้างต่ำ แต่มีน้ำตาลสูงมากหากทานมากเกินไปจะทำให้เกิดอาหารเจ็บคอหรือร้อนใน จึงควรทานคู่กับ ผลไม้ที่มีรสเย็น เช่น มังคุด ชมพู่ กระท้อน แตงโม แตงไทย เป็นต้น หรือแช่ลำไยทั้งเปลือกในน้ำเกลือ 3-5 นาทีก็จะช่วยได้
อีกทั้งลำไยเป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ใยอาหารต่ำ การทานในปริมาณมากจึงอาจส่งผลต่อระดับของน้ำตาลในเลือด อาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน เป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว ควรรับประทานลำไยปริมาณน้อย นอกจากนี้ควรระวังน้ำตาลใยลำไยแปรรูป เช่น ลำไยตากแห้ง ลำไยกระป๋อง น้ำลำไย อาจมีการเพิ่มสารปรุงแต่ง เช่น น้ำตาล สารกันเสีย หากรับประทานในปริมาณมากอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ซึ่งการรับประทานอาหารทุกอย่างแต่พอดีและหลากหลายจะช่วยให้สุขภาพของคุณดีขึ้นได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,กรมอนามัย