ประโยชน์ “น้ำมันมะกอก” ช่วยลดคอเลสเตอรอล เสริมสุขภาพหัวใจ
น้ำมันมะกอกอุดมไขมันไม่อิ่มตัวและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ควบคุมน้ำตาล ลดภาวะแทรกซ้อนเบาหวาน และเสริมสุขภาพโดยรวม
หลายคนที่คิดจะหันมากินอาหารเพื่อสุขภาพ ลองเริ่มจากการเลือกใช้น้ำมันที่ดีในการปรุงอาหารคุณจะพบว่าการทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั้นใครๆ ก็ทำได้ อย่างเช่นการเลือกน้ำมันมะกอก (Olive Oil) ซึ่งเป็นน้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวสูงเช่นกัน เหมาะกับการทำเป็นน้ำสลัด หรือปรุงอาหารที่ใช้ความร้อนต่ำ
4 ประโยชน์น้ำมันมะกอก
- ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เพราะในน้ำมันมะกอกไม่มีส่วนประกอบของเกลือ แถมยังปราศจากคอเลสเตอรอล และอุดมไปด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัวถึง 77% โดยเฉพาะกรดโอเลอิกหรือกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว
- อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งไม่พบในน้ำมันชนิดอื่นๆ และยังอุดมไปด้วยวิตามินอี น้ำมันมะกอกเพียงหนึ่งช้อนโต๊ะมีวิตามินอีมากถึง 8% ของปริมาณวิตามินอีที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ในน้ำมันมะกอกยังประกอบด้วย สารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ และสารโพลีฟีนอล ที่ไม่พบในน้ำมันชนิดอื่นๆ
- ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด น้ำมันมะกอกมีปริมาณของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูงกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน เพราะฉะนั้นผู้ที่ได้รับกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวจากน้ำมันมะกอกเป็นประจำนั้น จะมีระดับของคอเลสเตอรอลในเลือดชนิด LDL ต่ำ ซึ่ง LDL นี้เองที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญอันก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดนั่นเอง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับเส้นเลือด ลดภาวะเกล็ดเลือดจับตัวเป็นลิ่ม ช่วยให้เส้นเลือดแข็งแรงขึ้น และยังช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย
- ลดเบาหวานได้หลายวิธี เพราะน้ำมันมะกอกนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระนี้สามารถช่วยลดความเสียหายจากสภาวะเครียดออกซิเดชั่น อันเป็นผลมาจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงได้ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี รวมทั้งอาการที่เกิดขึ้นจากเส้นประสาทชนิดต่างๆ ถูกทำลายโดยโรคเบาหวาน
มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชชูปถัมภ์ แนะนำให้บริโภคน้ำมันและไขมันที่มีสัดส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว หรือ MUFA สูง (โอเมก้า 9) เพราะจะช่วยลดแต่คอเลสเตอรอลตัวร้าย (LDL – C) โดยไม่ลดคอเลสเตอรอลตัวดี (HDL –C) ในร่างกายซึ่งจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ น้ำมันพืชที่จัดอยู่ในกลุ่ม MUFA สูง ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา และน้ำรำข้าว อย่างไรก็ตามควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังหายสม่ำเสมอด้วยนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และ โรงพยาบาลราชวิถี