พฤติกรรมเพื่อนร่วมงาน “เหม็นหน้า” เพิ่มกำไรธุรกิจด้วยความฉลาดทางอารมณ์
ออฟฟิศในฝันของใครหลายคนบางทีไม่ต้องสวยหรูแต่เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากความท็อกซิกไม่เซฟโซนทางอารมณ์ของเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า
การทำงาน คือการอยู่ร่วมกันของสังคม ต่างที่มาและนิสัยใจคอที่แตกต่างกัน และถ้าเผลอเอานิสัยส่วนตัวมาใช้เยอะเกินไปอาจทำให้เพื่อนร่วมงานไม่สบายใจ หรือ ที่เรียกว่า “เหม็นหน้า” โดยไม่รู้ตัว เช็กตัวเองก่อนโดนเอือมระอา
- ความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ
EQ นั้นมีความสำคัญฯไม่แพ้ IQ ถึงคุณจะเก่งแค่ไหนแต่ถ้า EQ คุณต่ำ ก็ไม่สามารถสื่อสารออกมาได้ทั้งหมด ทำลายความน่าเชื่อถือ คุณต้องรู้จักฉลาดทางอารมณ์
เดียวกับความรู้สึกความต้องการของคนรอบข้าง การมี EQ สูงจะช่วยให้คุณจัดการสถานการณ์ทางอารมณ์และความสัมพันธ์และช่วยควบคุมอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม- แซะเก่งจังนะ
พูดจาประชดประชันเยอะจนทำงานด้วยไม่ถูก คุณกำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเน้นคำเยาะเย้ยของคุณไปที่การดูถูกผู้อื่นหรือสนุกกับการแสดงความคิดเห็นแบบท็อกซิก ผลักดันตัวเองขึ้นสูงกว่าคนอื่นเพื่อทำสูงขึ้นและดูฉลาดกว่าคนอื่น ซึ่งขอให้คิดการมีมารยาทและเคารพคนอื่น
- เป๊ะเกินไม่ยืดหยุ่น
อะไรก็ตามถ้าตึงเกินไปมักจะไม่เป็นผลดี การเข้มงวดเกินไปอย่างไม่มีเหตุผล จะส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณ โดยการวางแผนและจัดการตารางเวลาเป็นทางออก แต่คุณต้องรู้จักวางกลยุทธ์เพื่อบริหารคนอย่างมีเหตุผล บางครั้งบริษัทที่ประสบความสำเร็จอาจต้องใช้ความยืดหยุ่นและค้นหาวิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ทำงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ไม่ใช่เป็นปัญหาซะเองนะคะ
- สัญญาไม่เป็นสัญญา
แน่นอนค่ะว่า คุณจะเป็นคนไม่น่าเชื่อถือไปในทันที การทำงานจะง่ายขึ้นมากถ้าสร้างความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ทั้ง เพื่อนร่วมงาน พนักงาน และลูกค้า ผู้สนับสนุน เพื่อความมั่นคงของธุรกิจของคุณเอง
- ความไม่อดทน
ธุรกิจและงานทุกอย่างมีจังหวะของมันค่ะ การไม่อดทนเร่งรัดจะเอาอย่างเดียวทำให้คนรอบข้างเหนื่อยได้อีกทั้งงานที่ได้ออกมาก็เป็นไปอย่างลวกๆ การรีบมากเกินไปโดยไม่ได้วางแผน อาจทำให้คุณพลาดโอกาสที่มาถึงได้
- เป็นคนบ้าการควบคุม
ความสมบูรณ์แบบเท่านั้นที่คุณต้องการ! และรับไม่ได้ถ้าคนรอบข้างผิดพลาดและพร้อมที่จะโมโหร้ายใส่หากเห็นข้อผิดพลาด คุณต้องยอมรับสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ลองดูและดูว่าการปล่อยวางจะทำให้คุณสบายใจเหมือนยกภูเขาออกจากอกได้มากแค่ไหน
- ขาดความเห็นอกเห็นใจ
ผู้ที่ขาดความเห็นอกเห็นใจหรือล้มเหลวในการแสดงความเห็นอกเห็นใจจะพบว่าทัศนคติที่เป็นพิษของพวกเขากำลังทำให้บริษัทเสียหาย ความเห็นที่ถากถางดูถูกทำให้คุณดูเป็นคนที่โกธรตลอดเวลาการเอาใจใส่ช่วยให้ผู้อื่นรู้สึกเชื่อมโยงและเข้าใจ ขอให้คุณจำไว้ว่า การแสดงด้านที่เป็นมนุษย์ของคุณและให้คนอื่นรู้ว่าคุณห่วงใยก็สามารถให้ผลกำไรได้อย่างแน่นอน
- ใจแคบเหมือนหางมด
คนใจแคบมักชอบชี้นิ้วใส่คนอื่น แทนที่จะยอมรับความรับผิดชอบเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น การพยายามเปิดใจให้กว้าง อาจเป็นเรื่องยากไปสักหน่อยแต่หากลองเปลี่ยนมุมมองได้ การทำงานจะดีขึ้นอย่างแน่นอน อย่าปล่อยให้ทัศนคติที่ดื้อรั้นหรือใจแคบขัดขวางไม่ให้คุณได้ยินความคิดนอกกรอบและการตัดสินใจที่ดี
- ขี้บ่นที่หนึ่ง
ไม่มีใครชอบคนที่บ่นอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังแสดงทัศนคติเชิงลบในตัวเองเพื่อเป่าคนอื่นให้ออกห่างโยอัตโนมัติ ข้อสังเกตว่าคุณพูดอะไรในแง่ลบบ่อยแค่ไหน หากคุณไม่สามารถสนทนาโดยไม่บ่นได้ แสดงว่าคุณมีปัญหา
ดูไปสะดุ้งไป! หาคำตอบว่าทำไมถึงชอบดู “หนังสยองขวัญ”
- บ้าอำนาจ ใช้ความกลัวทำให้คนอื่นเชื่อฟัง
หากคุณเป็นผู้คนประเภท "ทางของฉันหรือทางหลวง" แสดงว่าคุณพิษต่อธุรกิจอย่างแน่นอนซึ่งหลายคนมักเอาความกลัวของคนอื่นมาควบคุมคนอื่น เป็นวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่บนความสงสัยและความโกรธ ซึ่งไม่มีใครอยากยอมรับได้
- ฉันคือพระอาทิตย์! โลกต้องหมุนรอบฉัน!
อีโก้ คือปัญหาคับอกของธุรกิจ เพราะความมั่นใจจนไม่ยอมรับฟังความเห็นจากใครเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แน่นอนว่าหากผิดพลาดคนประเภทนี้ จะโทษคนอื่นมากกว่าตนเองเสมอ
ทั้งนี้ไม่สายที่จะเปลี่ยนแปลงแปลงอย่าปล่อยให้คนร้องยี๋ลับหลัง ลองเปิดใจและคิดใหม่ว่า มนุษย์ทุกคนล้วนไม่สมบูรณ์ ลองเอาความเครียดและการตั้งมั่นต่อคนอื่น มาใส่ใจตัวเอง ออกกำลังกาย หาอาหารอร่อยกิน ไหว้พระสวดมนต์ ทำสมาธิอยู่กับตัวเอง รับรองเลยค่ะว่า ภาพจำของเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อยจะเปลี่ยนไปทำให้ธุรกิจเจริญและพัฒนาตามศัยภาพที่ทุกคนเต็มใจทำงานให้คุณอย่างแน่นอนค่ะ
ข้อมูลจาก : businessinsider
เกิดอะไรขึ้น ทำไมเด็กถึงเติบโตมาเป็น “อันธพาล” ก่อคดีอาชญากรรม
“คลั่งรัก” แบบ Limerence ป่วยทางจิต หมกหมุนจนเสียอาการ