วอกแวกง่าย-ขี้โมโห สัญญาณ โรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ เช็กอาการ-วิธีรักษา
"โรคสมาธิสั้น" พบในผู้ใหญ่ได้ ไม่เฉพาะเด็ก ย้ำรักษาให้เร็ว ลดอุบัติเหตุ ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ แนะ 9 วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) ไม่ใช่อาการที่พบได้เฉพาะวัยเด็กเท่านั้น วัยหนุ่มสาวหรือวัยผู้ใหญ่ก็พบได้เช่นกัน ซึ่งสมาธิสั้นในผู้ใหญ่จะไม่ซนเหมือนในเด็ก แต่จะมีปัญหาเรื่องการวางแผน การแก้ไขปัญหา หงุดหงิด สมาธิไม่ดี ทำงานไม่เสร็จ เพราะมีความผิดปกติของสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับความคิด การวางแผน การบริหารจัดการชีวิตในเรื่องต่างๆ
Freepik/freepik
โรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่
อาการที่พบบ่อยผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น
- วอกแวกง่าย ฟังอะไรจับใจความไม่ค่อยได้
- ทำงานไม่เสร็จทันเวลาที่กำหนด
- ขาดความสามารถในการบริหารจัดการเวลาที่ดี
- ทำงานผิดพลาดบ่อย
- หาอะไรไม่ค่อยเจอ
- ผัดวันประกันพรุ่ง
- มาสายเป็นประจำ
- หุนหันพลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ
- ไม่คิดก่อนทำ ทำตามใจชอบ
- อารมณ์ขึ้นลงเร็ว โกรธง่าย หายเร็ว
- มีปัญหากับบุคคลรอบข้างบ่อยๆ
- เบื่อง่าย คอยอะไรนานๆ ไม่ค่อยได้
- เครียด หงุดหงิดง่าย
- บางคนซึมเศร้าและวิตกกังวล นอนไม่หลับ
ปัญหาสมาธิสั้นเสี่ยงต่อปัญหาการติดสุราและยาเสพติดอื่นๆ รวมทั้งมีปัญหาเรื่องการขับรถและประสบอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าคนปกติ
จิตเวช-จิตเภทแตกต่างกันอย่างไร? อาการปัจจัยเสี่ยงที่ควรสังเกตและรักษา
วิธีการปฏิบัติตัวหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- ฝึกอารมณ์ตนเอง ไม่ดีใจหรือเสียใจเร็วเกินไป
- รู้จักสังเกตอารมณ์ของผู้อื่น รู้จักรอคอย รับฟัง เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพื่อลดปัญหาการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
- ลดพฤติกรรมใจร้อนหุนหันพลันแล่น เช่น ควรขับรถให้ช้าลง
- จัดตารางเวลาในการทำงานและใช้ชีวิต มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า
- จัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบเป็นที่เป็นทาง
- ทำประโยชน์ให้แก่ตัวเองและผู้อื่น เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ เสริมความมั่นใจ และความมีคุณค่าให้ตัวเอง
- พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารประเภทน้ำตาลและกาเฟอีน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้หากสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดเป็นโรคสมาธิสั้นหรือไม่นั้น ทางที่ดีควรรีบพบจิตแพทย์ เพื่อประเมิน วินิจฉัย และให้การรักษาอย่างถูกต้องต่อไป ซึ่งการรักษาโรคสมาธิสั้นนั้น รักษาได้ด้วยยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้การรับประทานยาจะอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและกำกับดูแลโดยแพทย์
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต สถาบันราชานุกูล
โรคกลัวรู คืออะไร? ขยะแขยง-ขนลุกทุกครั้งที่เห็นรูและวิธีรับมือ
ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น อาการเสี่ยงและวิธีรับมือป้องกันการฆ่าตัวตาย