สัญญาณซึมเศร้า พบ 5 ข้อรีบพบแพทย์ ผ่อนหนักเป็นเบาหายขาดได้!
สุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญ เราแทบไม่เลยว่าคนใกล้ชิดหรือเราเองนั้น ป่วยซึมเศร้าหรือไม่? เช็กสัญญาณเสี่ยงด้วยแบบทดสอบใจง่ายๆที่นี้!
ทุกวันนี้เราแทบไม่รู้เลยว่าคนที่เดินสวนกัน คนที่นั่งทำงานด้วยกัน หรือแม้กระทั่งคนที่อยู่บ้านเดียวกัน…เป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ เพราะถ้าเราไม่สังเกตหรือใส่ใจคนคนนั้นมากพอ โดยอาจเริ่มจากสังเกต “ภาวะอารมณ์หรือความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดปกติ”
สำรวจซึมเศร้า 9 สัญญาณ
- มักมีอารมณ์เชิงลบ มีอารมณ์เศร้า ร้องไห้โดยไม่ทราบสาเหตุ มีความกังวลหรือหงุดหงิดมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานและความสัมพันธ์ต่อคนรอบข้าง
- เบื่อหน่ายสิ่งรอบตัว เก็บตัว ไม่อยากพบไม่อยากคุยกับใคร เลิกสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบทำ
- พฤติกรรมการกินผิดปกติ เบื่ออาหารหรืออยากอาหารมากขึ้น กินน้อยไป กินมากไป
- มีปัญหาในการนอน นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท หรือนอนมากจนเกินไป
- กระวนกระวายหรือเฉื่อยชา มีอาการกระสับกระส่าย กระวนกระวายมากเกินไป หรือมีอาการตรงกันข้าม คือ เฉื่อยชา เคลื่อนไหวช้าลง
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรทั้งสิ้น
- สมาธิสั้น ความจำแย่ลง สมาธิในการทำสิ่งต่างๆ และความสามารถในการคิดและการตัดสินใจลดลง
- สูญเสียความมั่นใจ รู้สึกตนเองไร้ค่า คิดว่าตนเองเป็นภาระ สูญเสียความมั่นใจในตนเอง รู้สึกผิดและโทษตนเองอยู่ตลอดเวลาในทุกๆ เรื่อง
- ไม่อยากมีชีวิตอยู่ คิดเรื่องความตายหรือการฆ่าตัวตายอยู่บ่อยครั้ง
ข้อสำรวจนี้เป็นเกณฑ์ที่แพทย์ใช้ในการวินิจฉัยโรคซึมเศร้า หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดนั้นมีอาการอย่างน้อย 5 อาการขึ้นไป หรือ มีอาการในข้อ 1 หรือข้อ 2 ร่วมด้วยอย่างน้อย 1 ข้อ
มีอาการตลอดทั้งวันเป็นแทบทุกวัน ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์
ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพราะหากยังมีอาการไม่มาก ควรหาความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าจากแพทย์เฉพาะทาง เพราะจะได้เรียนรู้วิธีการประคับประคองและจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมหมั่นออกกำลังกาย หรือหากิจกรรมทำร่วมกับเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัว จะทำให้ร่างกายสดชื่น มีพลังที่ดี จะช่วยให้อาการไม่แย่ลงการหากิจกรรมทำเพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย ไม่คิดถึงแต่เรื่องในอดีตที่ทำให้เครียด พยายามให้ผู้ป่วยมีสติอยู่กับปัจจุบัน จะช่วยให้อาการป่วยทางใจค่อยๆ บรรเทาลงได้มาก สำคัญที่สุดคือการลดปัจจัยกระตุ้นอาการซึมเศร้าต่างๆ เช่น คำพูดที่อาจกระทบกระเทือนจิตใจ การทะเลาะกัน ทำให้บรรยากาศตึงเครียด และควรงดดูสื่อต่างๆ ที่มีเนื้อหาเร้าอารมณ์ เป็นต้น
“ความเครียดสูง” เสี่ยงพัฒนาซึมเศร้า-วิตกกังวล อันตรายถึงขั้นฆ่าตัวตาย
ทั้งนี้หากพบว่ามีอาการจากโรคซึมเศร้าชัดเจนมากขึ้นควรไปพบจิตแพทย์ เพื่อช่วยประเมินและเข้ารับการรักษาบำบัดอย่างถูกต้องและเหมาะสม หากมีอาการโรคซึมเศร้าในขั้นรุนแรง ทำร้ายตัวเอง หรือเสี่ยงต่อผู้อื่นจะได้รับอันตราย ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลทันที
ทั้งนี้การพูดคุยกัน การถามไถ่กันด้วยความห่วงใยเป็นสิ่งที่ดีที่ควรมอบให้กันและกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะเราไม่รู้เลยว่าใครบ้างที่กำลังขาดกำลังใจ ใครบ้างที่กำลังหดหู่กับชีวิต หรือใครบ้างที่กำลังตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า และสิ่งที่สำคัญต้องหมั่นดูแลใจ ของตัวเอง และคนที่คุณรักให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
ซึมเศร้าหลังหยุดยาว สะท้อนความเครียด-กดดัน ต่างจากซึมเศร้าปกติอย่างไร?
“สุขภาพจิต”วัยทำงาน สาเหตุการสูญเสียระดับโลก ภัยเงียบไม่ควรมองข้าม