วิธีพูดคุยและดูแลผู้ป่วยซึมเศร้า เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาหายเร็วขึ้น
เชื่อว่าหลายบ้าน อาจมีผู้ป่วยซึมเศร้าที่ต้องได้รับการดูแล ซึ่งคำพูดบางคำพูดและการกระทำของเราอาจทำให้อาการแย่ลง แนะวิธีการพูดคุยและดูแลที่ถูกต้อง ไม่บั่นทอนผู้ป่วยและตนเอง
โรคซึมเศร้า เกิดจากสารเคมีในสมองที่มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความอ่อนแอทางจิตใจ หรือเป็นเรื่องของอารมณ์ที่เกิดจากความรู้สึกผิดหวัง สูญเสีย ซึ่งมีข้อมูลยืนยันว่าไม่ใช่โรคของคนอ่อนแอ แต่เป็นอาการป่วยที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และความเข้าใจของครอบครัว
หมดความสนใจกับกิจกรรมที่ชอบทำเป็นประจำ ไม่อยากทำกิจกรรมอะไร ไม่อยากออกไปไหน ในบางรายมีการแยกตัวอยู่คนเดียว รู้สึกสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง สมาธิลดลง ความจำต่างๆ สั้นลง
อาจมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานได้ และมักจะมีความคิดด้านลบบ่อยขึ้นทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น จนทำให้มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันรวมถึงความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไปจนถึงมีปัญหาเบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง ในบางรายอาจทานได้เยอะขึ้นกว่าปกติ มีปัญหาการนอน หลับยาก ตื่นเช้ากว่าเดิม หรือหลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน รู้สึกตนเองไร้ค่า สิ้นหวัง อยากทำร้ายตนเอง คิดถึงความตายบ่อยๆ ไม่อยากมีชีวิตอยู่
อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นอยู่นานติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์
ระดับผู้ป่วยซึมเศร้า จุดไหนที่อันตราย?
อาการของผู้ป่วยซึมเศร้า ไต่ระดับไปถึงจุดรุนแรงที่สุด คือการคิดทำร้ายตัวเอง ความคิดที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ และอยากจะฆ่าตัวตาย ดังนั้นแพทย์แนะนำว่า หากเริ่มผิดสังเกตว่าคนใกล้ชิดคุณมีอาการเข้าสู่ภาวะโรคซึมเศร้า ควรจะพามาพบแพทย์ตั้งแต่ต้น เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการ ช่วยป้องกัน ไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น
ดูแลผู้ป่วยซึมเศร้าอย่างเข้าใจ
ส่วนใหญ่แล้วการมาพบจิตแพทย์ จิตแพทย์จะประเมินรายบุคคลในการให้คำปรึกษา และแนะนำวิธีดูแลผู้ป่วยกับญาติเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะคนรอบข้างมีผลต่อการรักษาเช่นกัน ถ้าคนรอบข้างไม่เข้าใจจะเกิดผลกระทบต่อผู้ป่วยได้
-
ควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเบื้องต้นเป็นอาการเจ็บป่วยอย่างหนึ่งที่ผู้ป่วยควบคุมตัวเองได้ยาก
-
ควรสังเกตอาการของผู้ป่วย แนะนำให้ไปพบแพทย์ หรือทีมสหวิชาชีพที่ดูแลปัญหาสุขภาพจิตใจ
-
เป็นผู้ฟังที่ดี รับฟังอย่างเข้าใจ ไม่ตัดสิน แสดงให้ผู้ป่วยเห็นว่าผู้ดูแลพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างกัน
-
หากมีการพูดคุยกันแล้วผู้ป่วยมีอาการหงุดหงิด ไม่พอใจ ควรพักการสนทนา ให้เวลาผู้ป่วยได้พักผ่อนจนอาการดีขึ้นก่อน ค่อยมาพูดคุยใหม่ เพราะอาจเกิดการทะเลาะวิวาทได้
-
กระตุ้นให้ผู้ป่วยมีกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ไม่หมกมุ่นอยู่กับตนเอง หรือปัญหามากเกินไป
-
ช่วยดูแลเรื่องยา ให้ผู้ป่วยกินยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
-
หากผู้ป่วยเริ่มมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง มีความคิดอยากตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ให้รีบติดต่อขอคำแนะนำจากจิตแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนในการรับมือกับผู้ป่วย
หากผู้ป่วยซึมเศร้า ต้องพบกับเหตุการณ์สะเทือนใจ?
เมื่อเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ หรือมีการสูญเสียขึ้นในชีวิต ย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ ความเครียด ความวิตกกังวลได้ในทุกคน ผู้ป่วยซึมเศร้าก็เช่นกัน แต่ความคิด มุมมองต่อปัญหา การรับมือต่อปัญหาในแต่ละคนจะแตกต่างกัน ขึ้นกับประสบการณ์และความรุนแรงของโรคในขณะนั้น
การรับมือในเบื้องต้น ผู้ดูแลควรรับฟังผู้ป่วยโดยไม่ตัดสิน อาจไม่จำเป็นต้องให้คำแนะนำ หรือหาวิธีการแก้ปัญหาให้ การเป็นผู้ฟังที่ดีจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกได้ว่าเราเข้าใจเขา และอยู่ข้างๆ เสมอ นอกจากจะช่วยรับฟังแล้วก็ยังสามารถกระตุ้นพาผู้ป่วยไปทำกิจกรรมที่เคยชอบได้ เพื่อช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ป่วยให้ออกมาจากความคิดที่กำลังหมกมุ่นอยู่ หากอาการยังไม่ดีขึ้น ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วย ควรพาไปปรึกษาแพทย์
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต
ปรับวิธีคิดแก้นิสัยขี้ระแวง ลดความเครียด เลี่ยงโรควิตกกังวล ซึมเศร้า