ปรับวิธีคิดแก้นิสัยขี้ระแวง ลดความเครียด เลี่ยงโรควิตกกังวล ซึมเศร้า
ระแวง หลายเป็นนิสัยของใครหลายคนไปแล้ว ไม่ว่าจะจากสาเหตุอะไร แต่การจมดิ่งกับความหวาดระแวงอาจก่อให้เกิดโรคจิตเวชได้ แนะ วิธีปรับความคิดแก้นิสัยได้
ความรู้สึกสงสัยไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ว่าจะเสียใจ หรือดีใจ อีกหนึ่งความรู้สึกคือความระแวง ที่เกิดได้กับทุกความสัมพันธ์ มากน้อยแตกต่างกัน สำหรับบางคนอาจจะไม่ค่อยเกิดความรู้สึกประเภทนี้บ่อย ต้องมีหลักฐานชัดเจนเสียก่อนจึงจะเกิดความรู้สึกคลางแคลง หรือไม่ไว้ใจใคร ในขณะที่บางคนกลับมีลักษณะแบบนี้มากกว่าผู้อื่น หวาดระแวงบุคคล และเหตุการณ์รอบตัวจนเป็นนิสัย
ระแวงกับความระมัดระวัต่างกันอย่างไร?
- ความหวาดระแวง เป็นลักษณะซับซ้อนที่ผสมผสานระหว่างความคิดและความรู้สึก
- เป็นความรู้สึกไม่เชื่อใจ ไม่ไว้วางใจสิ่งรอบตัว คนรอบข้าง โดยที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนความเชื่อของตนเอง หรือขยายสิ่งที่เห็นในทางลบหรือทางร้าย ลังเล สงสัยเกินความจริง รู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ รอบตัว บั่นทอนความสัมพันธ์ ระหว่างเรากับคนรอบข้างด้วย
อาจนำมาซึ่งสุขภาวะทางจิตที่ไม่ค่อยดีนัก และรบกวนการใช้ชีวิต เพราะเป็นตัวก่อความเครียด ความวิตกกังวล และอาจนำมาซึ่งความหดหู่ ซึมเศร้า และปัญหาทางอารมณ์อื่น ๆ ตามมาอีกหลายอย่าง
- ความระมัดระวังในการชีวิต
จะเป็นผู้ที่รู้จักป้องกันให้สิ่งไม่ดี หรือเรื่องราวที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น โดยใช้เหตุผลในการพิจารณาไตร่ตรองความเป็นไปได้ ในความเลวร้ายของเหตุการณ์ หรือเมื่อสังเกตเห็นสัญญาณความผิดปกติ แล้วลงมือป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น แทนที่จะปล่อยให้เรื่องที่ไม่ต้องการเกิดขึ้นแล้วค่อยกลับมานั่งแก้ไข หรือหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุร้ายนั้นขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก
สาเหตุของความหวาดระแวง
- อิทธิพลจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก
ผู้ที่ผ่านประสบการณ์ถูกทำร้าย หรือถูกทอดทิ้งในวัยเด็ก ก็จะเติบโตขึ้นมา โดยมีแนวโน้มจะไม่ไว้วางใจ และลังเลสงสัยในตัวบุคคลอื่น หากไม่ได้รับการปรับวิธีคิด หรือมีประสบการณ์ที่ดี และความสัมพันธ์ที่มั่นคงอื่นเข้ามาช่วยลบล้างความเชื่อแบบเดิมออกไป
- บาดแผลจากอดีต
หลายต่อหลายคนอาจเคยเผชิญประสบการณ์เลวร้ายมาในอดีต เช่น เคยถูกเอาเปรียบ ถูกโกง ถูกนอกใจ หรือถูกว่าร้ายลับหลังให้เสียชื่อ ทำให้รู้สึกไม่เชื่อใจในตัวบุคคลอื่น
- สภาพแวดล้อมที่อาศัย
งานวิจัยจำนวนหนึ่ง พบว่า คนที่อาศัยอยู่ในเมือง อยู่ในชุมชมที่มีลักษณะต่างคนต่างอยู่ สังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สังคมที่มีความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจสูง คนรวยก็รวยมาก คนจนก็จนมาก สภาพการดำเนินชีวิตในสังคมที่มีความเครียด แก่งแย่งและแข่งขันกันสูงอย่างในปัจจุบัน มีส่วนทำให้คนมีความรู้สึกหวาดระแวงมากขึ้น
- วิตกกังวลและซึมเศร้า
ผู้ที่มีอาการของโรควิตกกังวลหรือซึมเศร้าบางคน มีแนวโน้มจะมีความคิดหวาดระแวง เพราะผู้วิตกกังวลจะมีความรู้สึกกลัวมากกว่าคนปกติ ส่วนความซึมเศร้านั้นทำให้รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า ขาดความนับถือในตนเอง จึงมีแนวโน้มตีความเจตนาในการกระทำของผู้อื่นผิดไปจากความเป็นจริง
- พักผ่อนไม่เพียงพอ
ผู้มีอาการนอนไม่หลับมักใช้เวลาในช่วงกลางคืนเพียงลำพัง ทำให้มีเวลามากมายที่คิดถึงเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จึงอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวล ไม่มั่นคง คลางแคงใจในเรื่องต่าง ๆ รอบตัวขึ้นได้ง่าย
คุกคามแบบเหมารวม การตีตรา-กดดัน จากความเชื่อของสังคม!
วิธีการแก้นิสัยขี้ระแวง
- ปรับเปลี่ยนวิธีคิด ฝึกตัวเองให้คิดพิจารณาสิ่งต่าง ๆ รวมถึงผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต อย่างรอบคอบ เป็นเหตุเป็นผล
- เรียนรู้ที่จะเชื่อใจ ไว้ใจผู้อื่นบ้าง
- แบ่งปันความคิดเห็นของตนเองกับผู้อื่น
- เปลี่ยนความระแวงให้เป็นระวัง ไม่จำเป็นต้องมองโลกสวยงาม แต่ควรระมัดระวังโดยตั้งอยู่บพื้นฐานของหลักฐานและข้อเท็จจริง
- อย่านำประสบการณ์ร้าย ในอดีตมาตัดสินปัจจุบัน หรืออนาคต
- พยายามไม่ตำหนิหรือโทษการกระทำของคนอื่น
- ปรับวิถีชีวิต ดูแลสุขภาพร่างกาย การรับประทานอาหาร และการนอนหลับพักผ่อนให้เหมาะสม
การทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง หากความหวาดระแวงเกิดจากความวิตกกังวลหรือความเครียด การทำสมาธิ หรือการฝึกให้มีสติกับปัจจุบันขณะ หรือออกกำลังกายในรูปแบบที่ต้องอาศัยการฝึกสติร่วมด้วย เช่น โยคะ ก็จะช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความคิดฟุ้งซ่าน ความวิตกกังวล ความหวาดระแวงได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จิตแพทย์เผย“โรคขาดรัก”พฤติกรรมรักง่าย-หึงหวงรุนแรงแนะวิธีรักตัวเอง