ฟื้นฟูจิตใจจากอาการแพนิก หลังแผ่นดินไหว ตั้งสติ วางแผนรับมือในอนาคต
แนะวิธีรับมืออาการแพนิก(Panic) หลังแผ่นดินไหว การยอมรับความรู้สึก ปกป้องและฮีลใจตัวเอง ดึงสติและวางแผนรับมือในอนาคต
หลังเหตุแผ่นดินไหว แม้จะผ่านเวลามาหลายวันแล้ว แต่เชื่อว่า ยังมีคนที่ยังรู้สึกตกใจ และเครียดมาก ๆ เหมือนเป็นแพนิก หนึ่งในโรควิตกกังวล ที่นับเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ทุกคน เพราะเป็นเรื่องใหม่และเหตุการณ์ที่น่าตกใจสำหรับไทย ซึ่งการจักการความรู้สึกและช่วงเวลาเหล่านั้น นับเป็นสิ่งสำคัญเพื่อประคับประคองสุขภาพกายและใจของเราจนผ่านพ้นวิกฤติ ทางอารมณ์เหล่านี้ไปให้ได้อย่างมีสติ เพราะเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากตื่นตระหนกจนกระทบกับสุขภาพในทุกด้าน
ฟื้นฟูจิตใจหลังแพนิกแผ่นดินไหว
- ตั้งสติกลับมาให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้ความวิตกกังวลควบคุมเรา พยายามหายใจลึกๆ และคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
- ยอมรับความรู้สึกและอารมณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าต้องรู้สึกดีขึ้นทันที เพราะแต่ละคนย่อมเจอเหตุการณ์ร้ายแรงที่แตกต่างกัน การยอมรับอารมณ์จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้
- แชร์ความรู้สึกกับคนที่เราไว้วางใจ ช่วยให้รู้สึกเบาลงได้มาก เพราะการพูดคุยและได้สื่อสาร ทำให้เรารู้ว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวและได้รับกำลังใจกลับมาต่อสู้เสมอ
- หลีกเลี่ยงเสพข่าวมากเกินไป การเสพข่าวที่มากเกินไปในช่วงนี้ อาจทำให้รู้สึกเครียดและวิตกกังวลยิ่งขึ้น ทางที่ดี ลองเลือกฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และไม่ต้องติดตามข่าวสารตลอดเวลา เพราะอาจทำให้เราอยู่ในสภาวะกดดันมากจนเกินไป
- เช็กความปลอดภัยของบ้านและคนใกล้ตัว ตรวจสอบที่อยู่อาศัยให้แน่ใจว่าปลอดภัย ไม่เกิดความเสียหายที่อาจเป็นอันตราย เช่น รอยร้าวที่อาจทำให้โครงสร้างไม่มั่นคง หรือระบบไฟฟ้าและแก๊ส
- หากิจกรรมอื่นๆ เพื่อผ่อนคลายความคิด บางครั้งการเบี่ยงเบนความคิดไปทำสิ่งที่ชอบหรือทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย ก็สามารถช่วยให้ใจสงบและฟื้นฟูใจได้เร็วขึ้น
- เตรียมแผนรับมือในอนาคต เช่น การเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน ซ้อมแผนอพยพ สร้างจุดนัดพบในครอบครัว จะช่วยให้เรามีความพร้อมมากขึ้นในกรณีที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกครั้ง
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การตั้งสติและดูแลตัวเองหลังเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อย่างเช่น แผ่นดินไหว ก็จะช่วยให้เราฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจได้เร็วขึ้น ค่อยๆ ก้าวข้ามผ่านไปทีละขั้น ก็จะช่วยทำให้เราผ่านมันไปได้อย่างแข็งแกร่งและพร้อมใช้ชีวิตต่อไปได้อีกครั้ง
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท