พบเบาะแสชาวไนจีเรียป่วย "ฝีดาษลิง" มุ่งหน้าข้ามไปกัมพูชา
พบเบาะแสผู้ป่วย "ฝีดาษลิง" ชาวไนจีเรีย ที่หลบหนีการรักษาจากจังหวัดภูเก็ตแล้ว ล่าสุดข้ามชายแดนจังหวัดสระแก้ว มุ่งหน้าไปเมืองสีหนุวิวล์ ประเทศกัมพูชา
เจ้าหน้าที่บริเวณด่านพรมแดนไทย – กัมพูชา ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบบุคคลที่ผ่านเข้าออก หลังพบเบาะแสว่า ผู้ป่วยฝีดาษลิงชาวไนจีเรีย ที่หลบหนีการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล จังหวัดภูเก็ต เดินทางมายังจังหวัดสระแก้ว
การตรวจสอบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แนวชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ระบุว่า ชาวไนจีเรียติดเชื้อฝีดาษลิง เดินทางมาเข้ามาที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ โดยพบสัญญาณโทรศัพท์ตั้งแต่ช่วงเย็น เวลาประมาณ 18.39 น ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2565
ไทยมีวัคซีนฝีดาษสำรอง 5 แสนโดส จ่อจัดซื้อรุ่นใหม่ ใช้ฉีดเฉพาะกลุ่ม
ก่อนจะหลบหนีออกนอกประเทศ ผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยใช้เส้นทางถนนสายใหม่มุ่งหน้าสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา หรือ สะพานหนองเอี่ยน-สตรึงบท ที่ยังไม่เปิดใช้อย่างเป็นทางการ ผ่านคนกลางคิดราคาค่าหัวละ 10,000 ถึง 20,000 บาทต่อหัว
แล้วลอบผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณใต้สะพาน และว่ายน้ำข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา เวลาประมาณ 19.00 น. ของคืนวานนี้ และมีคนมารับตัวเดินทางไปยังเมืองสีหนุวิวล์ ประเทศกัมพูชา
ขณะที่ นายชัยยงค์ กุหลาบ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำสำนำนักงานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศบ้านคลองลึก บอกว่าทางกรมควบคุมโรค ได้ประสานผ่านทางไลน์พร้อมแนบภาพถ่ายชาวไนจีเรียคนนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ตลอดแนวชายแดนทุกหน่วยงาน เฝ้าระวังติดตามจับกุมตัวโดยเร็วที่สุด
ส่วนมาตรการป้องกัน และการเตรียมความพร้อม ทางจังหวัดสระแก้ว ได้จัดเตรียมห้องแยกกักโรคไว้แล้ว หากพบตัวผู้ป่วยชาวไนจีเรีย จะนำตัวเข้าควบคุมตัวทันที
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าขณะนี้ มีข้อมูลว่าชายชาวไนจีเรีย เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว ส่วนการเฝ้าระวังทางกรมควบคุมโรคได้ติดตามผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดอยู่ ขออย่าตื่นตกตระหนกใช้ชีวิตตามปกติ
การรายงานเมื่อเช้ายังไม่มีใครติดเชื้อ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะผู้สัมผัสใกล้ชิดทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลจากกรมควบคุมโรค
ส่วนการเดินทางเข้าออกประเทศไทยของชาวไนจีเรียคนดังกล่าว เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องไปตรวจสอบว่ามีวีซ่าการเดินทางเข้าเมืองถูกกฎหมายหรือไม่
ส่วนยารักษาโรค จากการสอบถามอธิบดีกรมควบคุมโรคทราบว่าเป็นการใช้ยาทั่วไป รักษาตามอาการ เพราะโรคนี้ไม่ได้จะต้องใช้ยาจำเพาะเจาะจง แต่รายละเอียดขอให้ไปฟังทางแพทย์ชี้แจงดีกว่า และอาการของโรคไม่มีความรุนแรง ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกยังไม่ได้ประกาศเป็นโรคเฝ้าระวังเหมือนโควิด