กรมวิทย์ขออย่าตื่นตระหนก หลังพบผู้ป่วยโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย“BA.2.75.2”
กรมวิทย์ขออย่าตื่นตระหนก หลังพบผู้ป่วยโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย “BA.2.75.1 - BA.2.75.2 - BA.2.75.3” ยังไม่มีข้อมูลจริงว่าแพร่เร็ว-รุนแรง
นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวอัปเดตความคืบหน้าการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า จากการเฝ้าระวังตรวจสายพันธุ์โควิด-19 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 15 แห่ง และส่วนกลาง พบว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวน 359 คน ส่วนใหญ่ยังเป็นโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4/BA.5 จำนวน 333 คน สายพันธุ์ย่อย BA.2 จำนวน 20 คน สายพันธุ์ย่อย BA.2.75 จำนวน 5 คน และ สายพันธุ์ย่อย B.1.1.529 จำนวน 1 คน
ในภาพรวมของประเทศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ซึ่งเริ่มพบการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ย่อย BA.4/BA.5 เราพบว่าเป็นโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4/BA.5 ครองสัดส่วนภายในประเทศแล้ว 93% ส่วนที่เหลือเป็นสายพันธุ์ย่อยอื่น ๆ 1% เมื่อแบ่งตามพื้นที่ของประเทศ ขณะนี้โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4/BA.5 มีสัดส่วนอยู่ในกรุงเทพมหานคร 92% และส่วนภูมิภาค 94%
ดร.วสันต์ ยันพบผู้ป่วยโอมิครอน BA.2.75.2 ในไทย
แนะวิธีรักษาออฟฟิศซินโดรม โรคฮิตตลอดกาลของมนุษย์เงินเดือน
เมื่อถอดรหัสพันธุกรรมออกมาในจำนวน 803 ราย พบว่า สถานการณ์ในปัจจุบันเราพบการแพร่ระบาดส่วนใหญ่ยังเป็น BA.5 รวมสะสมจำนวน 688 คน คิดเป็น 85% ขณะที่ BA.4 เจอลดลง รวมสะสมจำนวน 106 คน คิดเป็น 10% และ BA.2.75 เจอเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมสะสม 9 ราย ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ทั่วโลกที่พบสายพันธุ์ย่อย BA.5 มากขึ้น
ส่วนกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียระบุว่าเจอสายพันธุ์ลูกหลายของ BA.2.75 ต้องเข้าใจว่าการกลายพันธุ์เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างจับตาการกลายพันธุ์ในตำแหน่งต่างๆ ว่าจะมีความหมายอย่างไร จะส่งผลต่อการแพร่ระบาด ความรุนแรง และการหลบวัคซีนหรือไม่
ทั้งนี้ BA.2.75 เป็นตัวแม่ แต่เมื่อมาเป็น BA.2.75.2 มีการเพิ่มตำแหน่ง R346T และ F486S ซึ่งมีการสังเกตในห้องแล็บว่า อาจส่งผลให้แพร่ได้ไวกว่าสายพันธุ์ BA.5 ราว 114% แต่ตรงนี้เป็นเพียงข้อมูลนสันนิษฐานเชิงสถิติ ในความเป็นจริงการจะดูว่าสามารถแพร่ได้ไวหรือไม่ จะต้องมาดูสัดส่วนการแพร่ระบาดที่เจอในสถานการณ์จริงก่อน
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่พูดกันถึง BJ.1 ซึ่งเป็นข้อมูลรวบของสายพันธุ์ BA.2.10.1 ยืนยันว่าไม่ใช่พันธุ์ใหม่ แต่ยังเป็นสายพันธุ์ BA.2 ที่เป็นเพียงลูกหลานที่งอกออกมาเท่านั้น และจริงๆ ก็มีตัวอื่นๆ อีก ย้ำว่าการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์ต่าง ๆ หากบางอันไม่มีปัญหาก็จบ สายพันธุ์นั้นก็จะสงบหายไป แต่อย่างไรก็ตามเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังมีระบบเฝ้าระวังและติดตามดูอยู่
ข้อมูลใน GISAID ซึ่งเราได้จับตาดูข้อมูล BA.2.75 และลูกหลานพบในไทย จากการถอดรหัสพันธุกรรมมีทั้งหมด 9 ตัวอย่าง มีทั้งแพร่ 2 คน กรุงเทพมหานคร 5 คน ตรัง 1 คน และสงขลา 1 คน โดยในกรุงเทพฯ เราพบสายพันธุ์ย่อยของ BA.2.75 ซึ่งเราเจอ BA.2.75.1, BA.2.75.2, BA.2.75.3 อย่างละ 1 ราย หากจะนับว่าทั้งสามรายเป็นรายแรกก็ได้ไม่เป็นไร ที่เหลืออีก 6 ราย ก็เป็นสายพันธุ์ของตัวแม่
ทั้งนี้ สำหรับการพบสายพันธุ์ลูกหลานของ BA.2.75 อาทิ BA.2.75.1, BA.2.75.2 และ BA.2.75.3 ทั้งหมดไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่มีอาการอะไรมาก ส่วนใหญ่หายและออกจากโรงพยาบาลแล้ว
นพ.ศุภกิจ กล่าวอีกว่า ขอให้เชื่อมั่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ร่วมกับเครือข่ายการตรวจสายพันธุ์ทั่วโลก ทำการเฝ้าระวังและส่งรายงานในระบบ GISAID อย่างสม่ำเสมอ หากตรงไหนมีสัญญาณจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกว่า ต้องดูตรงไหนเป็นพิเศษ เราก็จับตาดู และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถตรวจจับได้ ไม่ได้ช้า ไม่ได้มีปัญหา ไม่ต้องกังวล
สรุป คือ ณ วันนี้ในประเทศไทยยังเป็น BA.5 สัดส่วน 85% ส่วน BA.4 สัดส่วน 13% ส่วน BA.2.75 รวมถึงสายพันธุ์ย่อยเพียง 1% ดังนั้นขออย่าตื่นตระหนกจากข้อมูลบางคนไปโพสต์ในโซเชียลฯขอให้ตั้งสติ
สภากาชาดไทยชวนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ 12-17 ก.ย.นี้
สปสช.จัดงบ 4,000 ล้าน ดูแลสิทธิประกันสุขภาพเข้าถึงชุดตรวจHIV-เอดส์ฟรี