อ.เจษฎ์ เผยยังไม่มีรายงานว่า ซีเซียม-137 ฟุ้งกระจายไปในชั้นบรรยากาศ
อ.เจษฎ์ ระบุ ข้อมูลจากสำนักงานปรมาณู ยืนยันว่าสามารถควบคุมซีเซียม-137 ได้ ไม่ฟุ้งแพร่กระจาย จากการตรวจสอบ พบเพียงฝุ่นแดงที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี แต่ไม่พบว่าเหล็กที่หลอมไปแล้วมีการปนเปื้อน และจากการเก็บตัวอย่าง น้ำ ดิน มาวิเคราะห์ ไม่พบว่ามีการปนเปื้อน และตรวจวัดระดับรังสีในอากาศแล้ว ไม่พบการฟุ้งกระจายในอากาศ
รศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุผ่าน เพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ถึงข้อกังวลซีเซียม-137 ที่มีหลายข่าวลือถึงอนุภาคและระยะการฟุ้งกระจาย นั้น ว่า
อยู่ๆ ตอนนี้ประเด็นข่าวลือเกี่ยวกับสารกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ก็ไปกันใหญ่แล้วครับ ล่าสุด มีการแชร์ข้อความเตือนภัย ทำนองที่ว่า
"อย่าออกที่โล่งแจ้งหรือนอกบ้าน ข่าวสรยุทธ์แจ้งว่า สารกัมตรังสีซีเซียม137 ถูกทำลายแล้วที่โรงบดเหล็กบ้านโคกกบินทร์บุรี ขณะนี้สารกัมตรังสีฟุ้งกระจายอยู่ในชั้นบรรยากาศซึ่งจะเป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจของสิ่งมีชีวิตที่มีรัศมี 1000 กิโลทำให้เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และไทรอยด์ ระวังและป้องกันตัวด้วยจ้า" !?
ไม่จริงนะครับ !! แม้ว่าจะมีรายงานข่าวล่าสุด บอกว่าสารซีเซียม-137 ได้ถูกเผาหลอมไปกับโลหะอื่นที่โรงหลอมเหล็กแล้วก็จริง แต่ยังไม่มีหลักฐานหรือรายงานเรื่องที่มันแพร่กระจาย ฟุ้งไปในชั้นบรรยากาศ ไปไกลเป็นพันกิโลเมตร อย่างที่แชร์กันนะครับ ... อย่าพึ่งแตกตื่นเกินเหตุ
สรุปข้อมูลล่าสุด จากสำนักงานปรมาณู ที่ยืนยันว่าสามารถควบคุมซีเซียม-137 ได้ ไม่ฟุ้งแพร่กระจายไปในอากาศครับ
- ซีเซียม-137 ซึ่งเป็น สารกัมมันตรังสี ใช้วัดพลังงานไอน้ำ จากโรงไฟฟ้าไอน้ำแห่งหนึ่ง ย่าน อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ได้หายไป แล้วตรวจพบสารดังกล่าวที่ โรงงานหลอมเหล็ก ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
- ซีเซียม-137 ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ส่วนโรงงานไฟฟ้าที่ทำหาย เป็นโรงงานที่ถือครองสารดังกล่าวมาแต่ปี 2538 และที่ผ่านมา ทางโรงงานมีการดูแลสารนี้อย่างดีเยี่ยมมาตลอด เชื่อว่าการหายไปของซีเซียม-137 นี้ เกิดจากฝีมือมนุษย์ โดยโรงงานได้ทำซอร์สหายไปตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ. 66 และมาแจ้งให้ทราบ ปส. ในวันที่ 10 มี.ค. ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุเลยว่าซอร์สหายไปได้อย่างไร?
ส่วนประเด็นที่ซีเซียมถูกหลอมไปแล้วนั้น ซีเซียม-137 ถูกตรวจพบอยู่ในฝุ่นแดง หรือฝุ่นโลหะ ที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในโรงหลอมเหล็ก โดยได้ถูกควมคุมให้อยู่ในพื้นที่จำกัด คืออยู่ในฝุ่นโลหะหรือฝุ่นแดง ภายในโรงงานหลอมเหล็กที่พบ ไม่มีการปนเปื้อนออกมาภายนอก
สธ. เผย 70 คนงานโรงถลุงเหล็ก ตรวจไม่พบซีเซียม-137 ในร่างกาย
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเพียงฝุ่นแดงที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี แต่ไม่พบว่าเหล็กที่หลอมไปแล้วมีการปนเปื้อน ได้เก็บตัวอย่าง น้ำ ดิน มาวิเคราะห์ ไม่พบว่ามีการปนเปื้อน และตรวจวัดระดับรังสีในอากาศแล้ว ไม่พบการฟุ้งกระจายในอากาศ เนื่องจาก ซีเซียม-137 อยู่ในรูปของผลึกคล้ายเกลือ ทำให้มีน้ำหนัก และอยู่ในพื้นที่ปิด ไม่มีลมพัดผ่าน มันจึงไม่ฟุ้งกระจายในอาคาร ระยะห่างจากที่เก็บซีเซียม-137 ในบิ๊กแบ็ค ตอนนี้ 2 เมตร ถือว่าปลอดภัย จากการหาข้อมูลย้อนหลัง 1 เดือนตามโรงพยาบาลในจังหวัด ว่าจะมีผู้ป่วยที่มีอาการซึ่งได้รับผลกระทบจากซีเซียมหรือไม่ ปรากฏว่า ยังไม่พบโรงหลอมเหล็กนั้นค่อนข้างอยู่ไกลจากตัวชุมชน และจากการตรวจวัดไม่พบการกระจายตัวของวัตถุดังกล่าว
แพทย์เตือน ซีเซียม-137 หากถูกหลอมอาจปลิวไกล 1,000 กม. ทำลาย DNA-ก่อมะเร็ง
อ.อ๊อด เผยเตรียม “ยาปรัสเซียนบลู”ป้องกันพิษซีเซียม-137 ผ่อนหนักให้เป็นเบา