ตัวเหลือง-ตาเหลือง สัญญาณตับพังรุนแรงอันตราย รีบพบแพทย์
ตับอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่สร้างน้ำดีเตรียมไว้สำหรับระบบย่อยอาหาร และส่งมาตามท่อน้ำดีเพื่อมาเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี โดยในคนที่พบความผิดปกติที่ตับมักมีอาการ ตัวเหลือง ตาเหลือง ที่บอกโรคแล้วในระยะะรุนแรง นิ่วในท่อน้ำดี มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งตับอ่อนส่วนต้น
ภาวะเหลือง เกิดจากสารหนึ่งในร่างกายที่ชื่อว่า บิลิรูบิน (Bilirubin) เป็นสารที่เกิดจากการตายของเซลล์เม็ดเลือดแดง ปกติจะมีอายุประมาณ 120 วัน แต่ถ้ามีความผิดปกติก็อาจจะแตกตัวตายเร็วกว่าอายุของมัน ทำให้ในร่างกายจะมีการผลิตสารตัวนี้สูงขึ้น ยิ่งถ้าระบบการทำงานของตับแปรปรวนจนไม่สามารถกำจัดสารตัวนี้ออกจากร่างกายผ่านน้ำดีได้ พอสารสีเหลืองมีการสะสมมากขึ้นทุกวัน ก็จะกระจายไปตามเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย
โดยเฉพาะที่ผิวหนังและเยื่อตา ทำให้มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองตามมานั่นเอง นอกจากนี้ มักจะมีอาการคันตามร่างกาย เบื่ออาหาร มีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วม
อาการตัวเหลือง ตาเหลืองกำลังบ่งบอกว่าตับผิดปกติอย่างไร
- โรคที่เกิดจากตับขับน้ำดีได้ลดลง เช่น ผู้ป่วยตับแข็งระยะท้าย ๆ ตับทำงานได้ไม่ดี ทำให้มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องมาน หรือมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง รวมทั้งผู้ป่วยที่ได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดเป็นเวลานาน ตับจึงทำหน้าที่ลดลง
- โรคที่เกิดจากการอุดกั้นของทางเดินน้ำดีจนต้องเข้ารับการผ่าตัด เช่น นิ่วในท่อน้ำดี มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งตับอ่อนส่วนต้น รวมถึงภาวะท่อน้ำดีโป่งพองแต่กำเนิดก็ทำให้มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองได้เช่นกัน ดังนั้นสาเหตุที่ทำให้ตัวเหลือง ตาเหลืองมีมากมาย ควรต้องพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมและพิจารณาว่าต้องรักษาด้วยการผ่าตัดหรือรักษาด้วยยา
อีกหนึ่งภาวะที่อันตรายมากขึ้นก็คือ เกิดจากมะเร็งนั่นเอง เพราะมะเร็งสามารถทำให้เกิดภาวะตัวเหลือง ตาเหลืองได้เช่นกัน มะเร็งที่ว่านี้ ได้แก่ มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งตับ มะเร็งเนื้อเยื่อบริเวณรูเปิดของท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้เล็กดูโอนัม (Duodenum) ส่วนที่สอง และมะเร็งท่อน้ำดีร่วมส่วนปลาย ซึ่งอาการเริ่มต้นที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนกว่าสิ่งอื่นคือ ผู้ป่วยจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง เริ่มสังเกตได้ที่ตาขาวก่อนที่จะมีลักษณะค่อยๆ เหลืองขึ้นเรื่อยๆ หรือหากพบตั้งแต่เนิ่นๆ และมีอาการตัวเหลืองร่วมด้วย ควรรีบปรึกษาแพทย์เมื่อพบความผิดปกตินี้
“ไวรัสตับอักเสบซี” ภัยเงียบไม่มีวัคซีนป้องกัน เสี่ยงตับแข็ง-มะเร็งตับ
อย่างไรก็ตามผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีอาการแสดงของโรคแตกต่างกันและมักไม่มีอาการในระยะแรก โดยอาการส่วนใหญ่ที่พบ คือ แน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อเป็นประจำ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปวดหรือเสียดชายโครงขวา อาจคลำพบก้อนในช่องท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต และมีอาการบวมบริเวณขาทั้ง 2 ข้างหากมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโลและ โรงพยาบาลกรุงเทพ
7 สิ่ง ทำลายตับเสี่ยง “มะเร็งตับ” อาหารและพฤติกรรมแบบไหนควรเลี่ยง
“มะเร็งตับ” ทำไมเสียชีวิตเร็ว? มีกี่ระยะ? อาการแบบไหน ควรพบแพทย์เร่งด่วน