สธ.ประชุมแผนไข้เลือดออก หลังอาการไม่เหมือนที่เคยพบ การระบาดพุ่ง 3 เท่า
เตือนมีไข้สูงเฉียบพลันมากกว่า 2 วันควรรีบพบแพทย์ เสี่ยงเป็นโรคไข้เลือดออก หลังปีนี้มีแนวโน้มการระบาดสูงขึ้น 3 เท่า และอาการไม่เหมือนที่เคยพบมา
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมทางวิชาการ “Dengue Effective for Treatment and Prevention” การดูแลรักษาและป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาลราชวิถี คณะแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรร่วมประชุมทั้งรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ทั่วประเทศ
หลังพบโรคไข้เลือดออก มีแนวโน้มการระบาดเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ณ ช่วงเวลาเดียวกันเกือบ 3 เท่า
นายแพทย์โอภาส กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกเป็นโรคประจำถิ่นที่เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในปีนี้มีแนวโน้มการระบาดเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา รวมทั้งจากข้อมูลการรักษาผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก พบว่า ระยะหลังมีรายงานการป่วยและเสียชีวิตมากที่สุดในผู้ใหญ่ จากเดิมที่พบบ่อยในเด็ก ที่สำคัญรูปแบบอาการไม่เหมือนกับที่เคยพบมา และมีอาการคล้ายกับโรคอื่น ทำให้การวินิจฉัยโรค ในระยะแรกค่อนข้างยาก หากไม่ติดตามสังเกตอาการใกล้ชิดจะทำให้การรักษาล่าช้า ส่งผลให้อาจเกิดความรุนแรงและเสียชีวิตได้
ดังนั้น การวินิจฉัยโรคให้ได้ให้เร็วที่สุด ร่วมกับการที่ประชาชนสามารถสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัวได้ จึงมีความสำคัญอย่างมากที่จะช่วยลดการเกิดความรุนแรงของโรค โดยหากมีไข้สูงเฉียบพลันและสูงลอยมากกว่า 2 วัน ห้ามซื้อยากินเอง และควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยทันที
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมการแพทย์ และกรมควบคุมโรค จึงร่วมกับ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย และสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย บูรณาการการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกในทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการการปรับปรุงแนวทางและสื่อสารประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ใหม่ในการดูแลรักษาโรคไข้เลือดออกให้กับเครือข่ายบุคลากรทางสาธารณสุข การใช้มาตรการควบคุมพาหะนำโรคไข้เลือดออกเพื่อให้เกิดความร่วมมือดำเนินงานในพื้นที่และลดความสูญเสียจากการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกของประชาชน
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในส่วนกรมการแพทย์นอกจากมีสถานพยาบาลเฉพาะทางดูแลผู้ป่วยที่ซับซ้อน เช่น โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันสุขภาพเด็กมหาราชินี เป็นต้นยังมีภารกิจในการฝึกอบรมพัฒนาความรู้และทักษะด้านการแพทย์ให้กับบุคลากรทั่วประเทศ ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัย สมาคมวิชาชีพ ราชวิทยาลัยต่างๆ พัฒนาคู่มือแนวทางการตรวจวินิจฉัยดูแลรักษาโรคไข้เลือดออกทั้งในเด็กและผู้ใหญ่สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และจัดกิจกรรมอบรมฟื้นฟูความรู้ด้านการดูแลรักษาโรคไข้เลือดออก ภาวะแทรกซ้อน และความรู้ด้านวัคซีนใหม่ๆ เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพบุคลากรการแพทย์ในการรองรับการดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออกซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญในขณะนี้
ด้าน นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 28 มิถุนายน 2566 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสม 27,377 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิต 33 ราย โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายน พบผู้ป่วยสัปดาห์ละ 1,500 - 2,400 ราย เสียชีวิตสัปดาห์ละ 1-3 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 5-14 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 15-24 ปี ที่ผ่านมา
กรมควบคุมโรคได้เพิ่มกลยุทธ์เพื่อควบคุมจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกในประเทศ โดยเร่งสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในชุมชนต่างๆ ในการป้องกันตนเอง การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์โรค ร่วมกับมาตรการการเฝ้าระวัง การสอบสวนโรค การประเมินแนวโน้มพื้นที่การระบาดของโรคหรือความชุกชุมของแหล่งโรค เพื่อประกาศเป็นโรคระบาดเฉพาะพื้นที่และวางมาตรการตอบโต้ รวมทั้งเน้นการควบคุมโรคให้เหมาะกับบริบทพื้นที่โดยเฉพาะ
“ไข้เลือดออก”อาการเบื้องต้นแตกต่างจากโควิด-19 อย่างไร?
“ไข้เลือดออก” ทำไมควรเลี่ยงอาหารสีแดง สีดำหรือสีน้ำตาล แล้วกินอะไรได้?