อัปเดตโควิดไทย! พบ EG.5 แล้ว 23 ราย! ย้ำยังไม่ชัด HK.3 แพร่เร็วกว่า
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อัปเดตสายพันธุ์โควิด19 ในประเทศไทยยังเป็น XBB.1.16 จับตา EG.5 พบแล้ว 23 รายคาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในไทย ขณะที่สายพันธุ์“กลายพันธุ์คู่-พลิกขั้ว” หรือ HK.3 พบในไทย 2 รายอาการหายดีแล้วข้อมูลยังไม่ชัดระบาดเร็วกว่าหรือไม่ ?
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวอัปเดตสายพันธุ์โควิด 19 ในประเทศไทยและโอมิครอน HK.3 ว่า สถานการณ์โควิด ณ ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (WHO)ยังจัดชั้นโอมิครอนเหมือนเดิม ซึ่งขณะนี้จัดชั้น 2 กลุ่ม คือ
- สายพันธุ์ที่น่าสนใจ variant of interest (VOI) ที่น่าสนใจ มี 3 ตัวคือ XBB.1.5 , XBB.1.16 และ EG.5 ซึ่งเป็นน้องใหม่ควรจับตาดูเพราะสัดส่วนการระบาดเพิ่มขึ้นมาสักพักแล้ว ซึ่งขณะนี้ไทยพบแล้วประมาณ 23 ราย
- สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง Under Monitoring (VUM) มี 7 สายพันธุ์ คือ BA.2.75, BA.2.86, CH.1.1, XBB, XBB.1.9.1 XBB.1.9.2 และ XBB.2.3
นพ.ศุภกิจ ระบุว่า ข้อมูลจาก GISAID พบว่า XBB.1.15 ลดลงชัดเจน ส่วนที่ยังพบขึ้นๆลงๆ ก็มี XBB.1.16 BA.2.75 แต่สายพันธุ์ที่สัดส่วนขึ้นชัดเจน คือ EG.5 และคาดว่าสายพันธุ์ดังกล่าวจะเบียดตัวอื่นในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเราเจอ EG.5 เจอไป 15 ราย ขณะนี้เจอเพิ่มอีก 8 ราย รวมทั้งหมด 23 ราย จึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในไทย แต่ปัจจุบันไทยยังเจอ XBB.1.16 เป็นสายพันธุ์หลัก
อธิบดีกรมวิทย์ กล่าวอีกว่า การถอดรหัสพันธุกรรมของกรมฯ ได้ประสานทั่วประเทศ ตรวจทุกเขตสุขภาพ และทางกรมฯ ทั้งนี้ สำหรับข่าวที่ระบุว่า เจอสายพันธุ์ HK.3 นั้น เมื่อสืบค้นพบว่า จริงๆ คือ EG.5.1.1.3 กล่าวคือไม่ได้โผล่สายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ โดยปัจจุบันพบใน 12 ประเทศ มีเยอะสุดคือ จีน ส่วนไทยเราพบ 2 ราย ไม่ใช่ 3 รายตามข่าว
อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญของ HK.3 นั้น พบการกลายพันธุ์ตรงโปรตีนหนาม เปลี่ยนตำแหน่ง 455 จาก L ไปเป็น F และบางส่วนสลับจาก F ไปเป็น Lโดยมีข้อสันนิษฐานว่า จะเพิ่มความสามารถในการเข้าสู่เซลล์ แพร่เชื้อเร็วขึ้นหรือหลบภูมิคุ้มกันได้มากขึ้นหรือไม่ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตามข้อมูลต่อไป นพ.ศุภกิจย้ำว่าไทย เจอ 2 ราย เป็นครอบครัวเดียวกันสัญชาติไทย อยู่ในกทม. เป็นเพศชายอายุ 65 ปี และเพศหญิงอายุ 11 ปี ขณะนี้หายดีแล้วซึ่งมีอาการไม่หนัก
นพ.ศุภกิจ ยังกล่าวถึงกรณีภาพรวมการแพร่ระบาด ที่มีข่าวออกมาว่ของ HK.3 มีการแพร่ระบาดจะติดเชื้อเร็วกว่าเดิม 66% ส่วนในไทยติดเชื้อเร็วกว่าสายพันธุ์ XBB.1.16 ถึง 95% ซึ่งขอย้ำว่าการคำนวณเปอร์เซ็นต์นั้น อาจมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากจำนวนข้อมูลมีจำกัด ขณะนี้ไทยพบเพียง 2 รายจะบอกว่าติดเชื้อเร็วกว่าถึง 95% ถือเป็นข้อสรุปเร็วไปหน่อย สิ่งสำคัญขอให้รอดูสถานการณ์อีก 2 สัปดาห์จึงจะบอกได้มากขึ้น
ไทยพบ 3 ราย! โควิด“กลายพันธุ์คู่-พลิกขั้ว”หลบภูมิดี-แพร่เร็วกว่า 95%
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุ ถึงสายพันธุ์ BA.2.86 ในน้ำเสียกรุงเทพฯ ว่า สายพันธุ์ BA.2.86 ที่พบ 21 รายในฐานข้อมูล GISAID ซึ่งเป็นรายงานพบจากทั่วโลก โดยข้อมูลนี้มาจากนักวิทยาศาสตร์ Dr.Leshan ไปสุ่มตรวจน้ำเสียเก็บจากกรุงเทพมหานครในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และนำมาถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อหาเชื้อ จนบอกว่ามีสายพันธุ์ BA.2.86 ซึ่งของไทยเจอแต่ในน้ำ ไม่ได้เจอในผู้ป่วย จริงๆ ได้มีการสอบถามข้อมูลนักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆ บอกว่า สรุปแบบนี้ไม่ได้ ต้องตรวจในผู้ป่วย เพราะการตรวจในน้ำ อาจเจอสารพันธุกรรมที่คล้ายไวรัสตัวนี้ได้สรุปคือ ประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยแต่รายเดียว แต่เราก็ต้องเฝ้าระวังต่อไป ส่วนข้อมูลความรุนแรงสายพันธุ์นี้ก็ไม่ชัดเจนเช่นกัน
สายพันธุ์ EG.5 แพร่เร็วและรุนแรงกว่าสายพันธุ์เดิมหรือไม่ ?
นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ความรุนแรงยังไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ข้อมูลพวกนี้จำเป็นต้องรอจำนวนมากขึ้น ซึ่งหากให้สันนิษฐานก็เหมือนตัวอื่นๆก่อนหน้าที่แพร่เร็วขึ้น แต่ไม่รุนแรง ซึ่งทุกวันนี้ผู้ป่วยโควิดส่วนใหญ่ไม่ได้มีอาการรุนแรง อย่างไรก็ตามแม้โควิดจะกลายพันธุ์ และวัคซีนมีผลลดลงบ้าง แต่ก็ยังช่วยลดความรุนแรง การป่วยหนักได้อยู่แต่ยุคนี้คนส่วนใหญ่ได้วัคซีนแล้ว ปัญหาก็จะไม่มากเหมือนโควิดระบาดแรกๆ ส่วนการฉีดวัคซีนยังแนะนำให้ฉีดในกลุ่มเสี่ยงทุกปี
ศูนย์จีโนม เผย “EG.5.1” ยังไม่สามารถแทนที่ “XBB.1.16” ในไทยได้
กรมวิทย์ฯ เผยสัดส่วนผู้ติดเชื้อ โควิดลูกผสม XBB.1.16 แซงสายพันธุ์เดิม