ปรับแค่ 4 พฤติกรรม เสี่ยงลำไส้แปรปรวน แก้ปวดท้องเรื้อรัง
โรคฮิตวัยทำงานที่หลายคนเป็นแต่มองข้าม คือ โรคลำไส้แปรปรวนที่ท้องไส้จะไม่คงที่เดี๋ยวท้องเสีย เดี๋ยวท้องผูก บางคนเครียดจนปวดท้อง เผย ปรับ 4 พฤติกรรมแก้ได้!
ปวดท้องเรื้อรัง กินอาหารไม่เป็นเวลา แถมยังเครียดเพราะงานอยู่บ่อยๆ ไม่เพียงแค่ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อนได้เท่านั้น แต่ยังเสี่ยงเป็น “ลำไส้แปรปรวน” ด้วย
ปัจจัยเสี่ยงโรคลำไส้แปรปรวน
- พฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกต้อง เช่น กินอาหารไม่ตรงเวลา กินแต่เนื้อสัตว์..ไม่กินผัก ไม่กินอาหารเช้า หรือดื่มน้ำน้อย
- มีภาวะเครียดจัด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคนี้
- ไม่ออกกำลังกาย และพักผ่อนไม่เพียงพอ
- คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมะเร็งลำไส้ หรือมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร
อาการโรคลำไส้แปรปรวน
ผู้ป่วยมักมีอาการปวดบริเวณท้องน้อยข้างซ้ายหรือข้างขวา ร่วมกับอาการท้องผูกหรือท้องเสีย โดยอาการท้องผูกจะมีอาการแน่นท้องร่วมด้วย เมื่อถ่ายแล้วอาการแน่นท้องก็จะดีขึ้น และที่สำคัญ! ผู้ป่วยต้องไม่มีอาการที่อันตรายร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด น้ำหนักลด หรือคลื่นไส้อาเจียน
แยกให้ออก! ปวดท้องแบบนี้? โรคกระเพาะอักเสบหรือมะเร็งกระเพาะอาหาร
ปรับพฤติกรรมก็ลดเสี่ยงลำไส้แปรปรวน
- กินให้เป็นเวลา กินอาหารเช้า กินให้ตรงเวลา กินอาหารที่มีกากใย และกินในปริมาณที่พอดี ควบคู่กับการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
- คิดมุมบวก มองโลกในแง่ดี ตลอดจน “ไม่เครียด” หากตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคนี้ เพราะยิ่งเครียดยิ่งทำให้อาการเรื้อรัง
- หาเวลาออกกำลังกาย คือ จัดสรรเวลาสำหรับออกกำลังกาย เพื่อลดความเครียดและสร้างภูมิคุ้มกัน
- ไม่อั้นขับถ่าย เพราะอาการปวดอุจจาระจะอยู่กับเราเพียงแค่ประมาณ 2 นาทีแล้วหายไปสักพัก หากอั้นถ่ายบ่อยๆ จะส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกได้
แม้ว่าโรคลำไส้แปรปรวนจะไม่รุนแรง แต่อาการปวดท้องก็สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยไม่น้อย แถมยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ลองปรับพฤติกรรมเล็กน้อยเพื่อสุขภาพที่ขั้นเป็นทวี
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3
ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน อาการที่มากกว่าท้องเสีย เกิดจากอะไร ?
กินแล้วนอน ทำให้เป็นกรดไหลย้อนจริงหรือไม่? เหตุผลที่ไม่ควรซื้อยากินเอง