รัฐบาลแนะนำข้อควรรู้ก่อนนวด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงต้องระวัง!
แนะข้อควรรู้ก่อนนวด กลุ่มเสี่ยงต้องระวัง! เผย "นวดผ่อนคลาย" ต่างกับ "นวดรักษา" ก่อนนวดต้องซักประวัติและควรรู้ข้อห้าม-ข้อควรระวังก่อนนวด
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกระบุ การนวดไทยเป็นกระบวนการดูแลสุขภาพที่ต้องมีหลักการหรือองค์ความรู้ในการนวดตามแนวเส้นประธานสิบ ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดเมื่อย
สำหรับการนวดไทย แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ การนวดเพื่อผ่อนคลาย หรือนวดเพื่อสุขภาพ และ การนวดเพื่อการรักษา ประกอบด้วย
1. หลักสูตรนวดเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง กลุ่มนี้จะไม่มีการบิด ดัด เป็นการนวด คอ บ่า แขน ขา สะบักและหลัง วัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
2. หลักสูตรการนวดเพื่อการรักษา เป็นหลักสูตรการเรียนตั้งแต่ 330 ชั่วโมง 372 ชั่วโมง 800 ชั่วโมง และ 1,300 ชั่วโมง เพื่อบำบัดรักษาแต่ละกลุ่มอาการ เช่น กลุ่มปวดกล้ามเนื้อ นิ้วล๊อค หัวไหล่ติด เข่าเสื่อม อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น
ผู้ให้บริการด้านการนวดมี 3 ประเภท
1. ให้บริการนวดเพื่อสุขภาพ (หมอนวด) เรียน 150 ชั่วโมง อยู่ในกำกับของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และผ่านพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปฏิบัติงานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อสุขภาพ และสปา
2. ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย เรียนตั้งแต่ 330 ชั่วโมง 372 ชั่วโมง 800 ชั่วโมง และ 1,300 ชั่วโมง อยู่ในกำกับของสภาการแพทย์แผนไทย ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล และคลินิก ทั้งภาครัฐและเอกชน
3. แพทย์แผนไทย/แพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่มีใบประกอบวิชาชีพ จากสภาการแพทย์แผนไทย ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล และคลินิกทั้งภาครัฐและเอกชน
ข้อห้ามและข้อควรระวังในส่วนผู้ให้บริการ
1. ห้ามนวดบริเวณที่เป็นมะเร็ง
2. ผู้ที่มีไข้สูงเกิน 38.5 องศา
3. บริเวณที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ร้อน
4. ผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
5. กระดูกแตก หัก ปริ ร้าว ที่ยังไม่หายดี
6. โรคติดเชื้อทางผิวหนังทุกชนิด
ข้อควรระวัง
1. สตรีมีครรภ์
2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
3. ใส่อวัยวะเทียมหลังผ่าตัดกระดูก
4. ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน กระดูกบาง
5. ผู้ที่เพิ่งรับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ (ไม่เกิน 30 นาที) และก่อนให้บริการนวดไทย