ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โดยมีนายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล มาชี้แจงและให้ข้อมูลถึงมาตรการดูแลควบคุมฝูงชนในเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา
โดยพ.ต.ท.ชวลิต หรุ่นศิริ รองผู้กำกับการ กองกำกับการควบคุมฝูงชน 2 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ระบุว่า มาตรการสลายการชุมนุมยึดตามหลักสากล โดยประเมินจากสัดส่วนและความเหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งปัจจัยที่ทำให้สั่งสลายการชุมนุมนั้น เนื่องจากผู้ชุมนุมมีการฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ โดยเข้าใกล้สถานที่สำคัญในระยะ 150 เมตร จึงต้องหยุดยั้งความรุนแรงที่อาจบานปลายและเพื่อให้ยุติการชุมนุมที่เกิดขึ้น
“การยุติด้วยวิธีฉีดน้ำจำนวน 3 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นการฉีดน้ำเปล่าเพื่อแจ้งเตือน แต่ผู้ชุมนุมยังพยายามผลักแนวรั้วเข้ามา จึงเริ่มฉีดน้ำแรงดันสูงที่มีส่วนผสมของสารเคมีสีฟ้าหรือสารเมทิลไวโอเลตทูบี ชนิดเดียวกับยาม่วงป้ายปากสำหรับเด็ก จำนวน 2-3 ครั้ง ซึ่งสารดังกล่าวยืนยันว่ามีเอกสารรับรองความปลอดภัย จากนั้นสถานการณ์ยังคงเพิ่มความรุนแรง เมื่อผู้ชุมนุมได้ขว้างปาสิ่งของทำร้ายเจ้าหน้าที่ จึงได้ใช้สารเคมีชนิดที่ 2 คือแก๊สน้ำตา โดยใช้เพียงครั้งเดียวเพื่อยุติการชุมนุม ซึ่งไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการผสมสารอย่างเจือจาง โดยใช้สาร 3%ต่อน้ำบริสุทธิ์ 97%” พ.ต.ท.ชวลิต กล่าว
ส่วนการออกหมายเรียกและหมายจับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ขั้นตอนการปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย โดยก่อนการชี้มูลความผิดต้องมีการแสวงหารวบรวมพยานหลักฐาน โดยการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้ ทั้งจากภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว คำปราศรัยของแกนนำที่เข้าข่ายว่ากระทำผิด แล้วจึงยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับ หรือบางกรณีออกหมายเรียกไปก่อน
ไขข้อข้องใจ "ตำรวจ" แจง "น้ำหลากสี" สลายการชุมนุม หวังผลจิตวิทยา ผสมแก๊สน้ำตา สีล้างยาก!
ด่วน! แยกปทุมวัน ตึงเครียด ตำรวจขอคืนพื้นที่ ฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม ปะทะวุ่น