ความคืบหน้ากรณีที่กลุ่มราษฎร ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ที่หน้ารัฐสภาในวันพรุ่งนี้ เพื่อกดดันการพิจารณาลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้มีความเห็นจาก อดีตที่ปรึกษากรรมการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มองว่า ต้องยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก และไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหนก็ขอให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว อย่าให้มีการถ่วงเวลากัน
รศ.เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้แสดงความเห็นกรณีรัฐสภาประชุมลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า สิ่งสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญคือ ทำอย่างไรให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด และอาจไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของกลุ่มไอลอว์ และพรรคการเมืองต่างๆ
ส่วนร่างแก้ไขเรื่องการปฏิรูปสถาบันเพิ่มเติมหมวด 1 และหมวด 2 ตามฉบับที่ ไอลอว์ และพรรคก้าวไกลเสนอมานั้น เชื่อว่าคงไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดด้านหลักการและเหตุผลที่ชัดเจน และคงต้องให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง
ส่วนกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีการเสนอมาทั้งหมด 7 ร่างนั้น ส่วนตนมองว่าไม่สามารถใช้ได้จริงทั้งหมด เพราะในแต่ละร่างมีความขัดแย้งกันเองในแต่ละฉบับ และคงไม่สามารถนำมารวมกันได้ หรือนำไปใช้งานได้จริง
โดยเฉพาะกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมที่แสดงจุดยืนให้รับร่างฉบับไอลอว์เพราะมาจากคนกว่า 100,000 คน แต่อย่าลืมว่า ส.ส. ในสภามาจากคนกว่า 30 ล้านคน ซึ่งหลังจากนี้ทุกฝ่ายต้องกลับมาคุยกัน และไม่ว่าการประชุมสภาในวันพรุ่งนี้จะล้มร่างรัฐธรรมนูญหรือปรับแก้เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็อยากให้ดำเนินโดยเร็วที่สุด และอย่ามีการถ่วงเวลากัน
อย่างไรก็ตามหากกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายในระยะเวลา 3เดือน ก็น่าจะมีการตั้ง สสร.ได้ จากนั้นคงต้องใช้อีกเวลาประมาณ 6เดือน เพื่อให้ สสร.ทำหน้าที่พิจารณา ก่อนจะทำประชามติ และยุบสภาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 1 ปี
"ไอลอว์"เชื่อการเมืองนอกสภาฯ ทำแก้ไข รธน.ได้เร็วขึ้น