เรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้น ในระหว่างที่ นางสุรีรัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน พร้อมด้วยทนายความ ได้นำเอกสารเกี่ยวกับการทำเรื่องขอย้ายตัวผู้ป่วย ไปรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์ หลังมีการยื่นเอกสารและเดินเรื่องตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา
นางสุรีรัตน์ เปิดเผยว่า ตนเองได้ไปเยี่ยมเพนกวิน 2 ครั้ง ซึ่งครั้งแรกและครั้งที่สองอาการต่างกันอย่างเห็นได้ชัด และที่สำคัญกรมราชทัณฑ์แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนค่อนข้างตรงกันข้ามกับความเป็นจริง
เนื่องจากลูกชายมักจะพูดเสมอว่าสภาพการรักษาไม่ดี และไม่มีการดูแลเอาใจใส่โดยเฉพาะการให้ยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ รพ.ราชทัณฑ์ เคยลืมให้ยาลูกด้วย แต่ก็พอเข้าใจเนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่น่าจะงานยุ่ง
ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ตามกฎหมายแล้วทางกระทรวงยุติธรรม มีอำนาจในการดำเนินการดังกล่าว
แต่ก็ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงไม่เร่งดำเนินการ และอยากจะขอความชัดเจนภายในเย็นวันนี้ เนื่องจากเป็นสิ่งอันตรายกับผู้ป่วยโควิด และไม่อยากให้นำสิ่งนี้มาเป็นเกมทางการเมือง
ขณะที่ นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า จากการตรวจสอบอาการของผู้ป่วยโควิดทราบว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ รพ.ราชทัณฑ์ ยังสามารถรับมือได้ พร้อมเชื่อว่าบุคลากรและอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ ก็มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยโควิด แต่จะนำเรื่องที่ผู้ปกครองกังวลเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้พิจารณาต่อไป
สำหรับข้อมูลล่าสุดจากทางกรมราชทัณฑ์ พบผู้ติดเชื้อโควิดในกลุ่มแกนนำ 4 คน คือ นาธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูน ทะลุฟ้า ซึ่งได้รับการประกันตัวออกไปศูนย์พักคอย นายสิริชัย นาถึงหรือนิว เป็นผู้ป่วยสีเขียว นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า
ผู้ป่วยสีเขียว และนายพริษฐ์ ส่วนทางแกนนำคนอื่นๆ ยังไม่พบข้อมูลว่ามีผู้ติดเชื้อโควิดแต่อย่างใด