‘วิษณุ’ ชี้ ตัดงบบำนาญ ขัดกฎหมาย กระทบสิทธิ เว้นต้องแก้ กม.ก่อน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นายวิษณุ ยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลคิดเรื่องนี้มาตลอด จึงไม่คิดระบบเออรี่ -รีไทร์ หวั่นกระทบงบประมาณประเทศ

นายวิษณุ​  เครืองาม​  รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย กล่าวถึงกรณีที่นายพิธา​ ลิ้มเจริญรัตน์​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายในที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ถึงกรณีเบี้ยบำนาญที่มีควรจัดงบประมาณส่วนนั้นออก โดยระบุว่า แล้วแต่ทางกรรมาธิการว่าจะจัดการอย่างไรเนื่องจากเวลานี้ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 เข้าไปอยู่ในชั้นกรรมาธิการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อนามัยโลกชี้ “ฝีดาษลิง” เป็น “ภัยเสี่ยงระดับปานกลาง” ต่อสาธารณสุขโลก

 

 

นายวิษณุ ยังกล่าวว่า ส่วนเรื่องบำเหน็จบำนาญเป็นผลที่เกิดจากกฎหมายที่เขียนเอาไว้ เมื่อทำงานราชการมา เมื่อถึงเวลาก็ต้องได้บำเหน็จบำนาญซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนที่มองว่ามากไปหรืออย่างไรก็แล้วแต่​ ส่วนจะไปแปรญัตติตัดงบประมาณกันนั้น หากจะไปกระทบกับสิทธิตามกฎหมายของบุคคลนั้นคงไม่ได้ เว้นแต่จะมีข้อเสนอแนะให้แก้กฎหมายจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะตัวเลขงบประมาณที่มองดูว่าสูง ความจริงเหมือนกับตัวเลขในอดีต เมื่อข้าราชการจำนวนมากขึ้นจำนวนบำเหน็จบำนาญก็มากขึ้นเท่านั้นเอง

รัฐบาลคิดสิ่งเหล่านี้อยู่โดยตลอด จึงไม่คิดให้มีการเออรี่รีไทร์ เพราะจะเป็นภาระงบประมาณ หรือแม้แต่ในเรื่องการขยายอายุการเกษียณราชการซึ่งเดิมเคยมีการคิดเอาไว้ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ว่าจะขยายจาก 60 ปีเป็น 63 ปี หากเป็นเช่นนั้นจะยังไม่ต้องจ่ายบำนาญ แต่ปรากฏว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิดที่เข้ามา จึงหยุดเรื่องการขยายอายุเกษียณราชการไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นจะมีการขยายอายุราชการล็อตแรก ที่จะเกษียณอายุราชการอายุ 63 ปี และอีกล็อต คือ ขยายเป็นอายุ 65 ปี ซึ่งอยู่ในแผนปฏิรูป จะเป็นการทำให้ชะลอการจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญได้​ แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 คนต้องการเงินและออกจากระบบราชการโดยเร็ว จึงต้องปล่อยให้เป็นเกษียณอายุราชการ 60 ปีไปก่อน

เมื่อถามว่าเงินบำนาญ ที่ระบุไว้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ถือว่าสมเหตุสมผลตามจำนวนของข้าราชการหรือไม่ นายวิษณุระบุว่า ผู้ที่คิดเรื่องนี้ขึ้นคิดตามความสมเหตุสมผลอยู่แล้ว ที่มองกันว่าไม่สมเหตุสมผลนั้นอาจต้องมองในเรื่องของกฎหมายที่เป็นต้นตอของการจ่ายบำนาญ เพราะฉะนั้นก็ต้องแก้กฎหมาย ซึ่งมีหลายกฎหมายเกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า หากต้องการตัดบำเหน็จบำนาญ ส.ส./ส.ว. ก็ต้องไปแก้กฎหมายเหมือนกันใช่หรือไม่ นายวิษณุ อธิบายว่า ส.ส.และส.ว.ไม่มีบำเหน็จบำนาญ เราไปเรียกกันเองว่าเป็นบำนาญ จริงแล้วคือเงินสงเคราะห์เงินช่วยเหลือ หากอยากจะตัดงบประมาณส่วนนี้ต้องไปแก้ไขกฎหมาย

นายวิษณุ​ ยังไม่ขอวิจารณ์ว่าการเสนอขอตัดงบประมาณส่วนดังกล่าวเป็นการสมเหตุสมผลหรือไม่ โดยระบุว่า มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์อะไรได้ทุกอย่าง ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนหากกรรมาธิการจะขอปรับลดงบดังกล่าวจะเป็นการตัดขวัญและกำลังใจของข้าราชการหรือไม่นั้นนายวิษณุระบุว่า หากได้ปรับลดแล้วจริง คงจะกระทบกระเทือน แต่การที่บางคนนั้นเสนอไม่ใช่ว่าคนอื่นเขาจะเห็นด้วย ต้องไปว่ากันเองในหมู่กรรมาธิการ และจะต้องนำกลับเข้ามายังที่ประชุมสภาอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าหากเป็นการทำตามกฎหมายที่มีอยู่ ก็ไม่สามารถปรับลดได้แล้วหรือไม่ เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฎหมาย นายวิษณุระบุว่า ตนยังคิดไม่ออกว่าจะปรับลดอย่างไร ที่ไม่ให้ขัดกับกฎหมาย

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการวางงบเพื่อตรวจสอบคลื่น GT 200 นายวิษณุ ​ระบุว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียด ต้องคุยกับทางกองทัพหรือสำนักงบประมาณ ซึ่งในที่ประชุมกรรมาธิการคงจะมีการสอบถาม และสำนักงบประมาณจะต้องชี้แจงได้

กมธ.งบประมาณ พร้อมปรับลดงบตรวจสอบ GT200

‘รังสิมันต์’ แถลงเรียกร้องรัฐหยุดใช้งบตรวจ GT200 หลังเคยพิสูจน์มาแล้ว

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ