ช่วงปลายปี 2556 อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ถูกกล่าวหา ทุจริตการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการโดยมิชอบ
นายณัฏฐภพ ดุลยกุลโรจน์ ผอ.สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 1 ป.ป.ช. เล่าย้อนเรื่องราวให้ฟังว่า เมื่อ ป.ป.ช. เข้า ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบความผิดปกติหลายอย่าง
ตั้งแต่การไม่ตรวจสอบว่า ผู้ประกอบการได้ประกอบธุรกิจ และมีการส่งออกเศษเหล็กตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ เพราะหากไม่ได้เข้าเงื่อนไขนี้จะไม่ได้รับการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบ แทนที่จะสั่งให้ระงับกลับสั่งให้อนุมัติคืนภาษี มูลค่า 3,000 – 4,000 ล้านบาท เพื่อแลกกับสินบน ก่อนนำไปซื้อทองคำมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท แปรสภาพเพื่อให้ยากต่อการติดตาม
โดยกลไกที่ป.ป.ช.ดำเนินการควบคู่ กับการดำเนินคดีอาญาแล้ว ยังมีการชี้มูลความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งจะทำให้มีการติดตาม ยึดทรัพย์ของผู้กระทำความผิด ให้ตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะพยายามแปรสภาพ ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ทำให้การติดตามยากขึ้น แต่ ป.ป.ช.ก็ยังสามารถ ยึดคืนจากผู้กระทำความผิดได้
ความพยายามปราบปรามการทุจริตสินบนของ ป.ป.ช. ทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อควบคุมการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามกรอบหลักเกณฑ์ และข้อเท็จจริงแล้ว ในฝากฝั่งของภาคเอกชน
ซึ่งมักตกเป็นผู้ให้สินบน ยังเป็นอีกตัวละครสำคัญ ต้องงด เสนอให้สินบน ผลกระโยชน์ตอบแทน ซึ่งจะกลายเป็นการจูงใจให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด.