นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุกรณีคันกั้นน้ำคลองเจ้าเจ็ด จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแตก ว่า จะส่งผลกระทบในพื้นที่บริเวณทุ่งเจ้าเจ็ด แต่ลักษณะของน้ำจะไหลในแนวดิ่ง ไม่ได้ออกในทางขวาง ซึ่งเหนือพื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ดเป็นพื้นที่ทุ่งผักไห่ ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำเกินความจุไปกว่าร้อยละ 50 ท้ายที่สุดจะทะลักเข้าสู่ทุ่งเจ้าเจ็ด ล่าสุดใกล้เต็มความจุแล้ว และจะลามไปยังทุ่งสองพี่น้องและอำเภอบางปลาม้า โดยเหลือปริมาณจากตลิ่ง 20 เซนติเมตร ก็จะเท่ากับสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2564
ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก จึงขอฝากไปยังกรมชลประทาน เร่งแก้ไขปัญหาคันกั้นบริเวณคลองเจ้าเจ็ด ที่แตกไปแล้ว 12 ชั่วโมง ซึ่งมีอัตราการทะลัก 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยขณะนี้ทะลักไปแล้วกว่าหลายแสนคิว ซึ่งถือได้ว่าเป็นปริมาณน้ำที่มาก
ขณะที่การให้การช่วยเหลือประชาชน นายวราวุธ ระบุว่า ขณะนี้ได้มีการประสานกับทางจังหวัด ทั้งสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ เร่งประสานงาน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าขณะนี้อยู่ในระยะ 180 วัน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้นกำหนดเอาไว้ ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่
ส่วนที่ฝ่ายค้านเสนอให้เปิดสมัยการประชุมวิสามัญเพื่ออภิปรายทั่วไปนั้น นายวราวุธ เชื่อว่า รัฐบาลจะทำงานตามปกติ หากฝ่ายค้าน จะยื่นอภิปรายตามมาตรา 152 ก็เป็นสิทธิ์อันชอบทำ และอีกทั้งสภาจะเปิดสมัยการประชุมในต้นเดือนพฤศจิกายนแล้ว หากมีข้อสงสัย หรือข้อการค้า ประการใดจะไปสอบถาม ในสภาผู้แทนราษฎรก็ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรม ที่ฝ่ายค้านจะดำเนินการ และส่วนตัวก็เชื่อว่ารัฐบาลสามารถตอบคำถามได้ตามกระบวนการ