นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ย้ำว่ากระแสข่าวลือดีลลับ ระหว่างพรรคก้าวไกล กับพรรคภูมิใจไทย ไม่เป็นความจริง เนื่องจากพรรคก้าวไกลไม่นำเรื่องนี้ไปเล่นการเมือง และพรรคก้าวไกล จะพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.กัญชา โดยละเอียดหากมีข้อดีข้อเสียที่รับได้ ก็จะรับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
ขณะที่ปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีความเห็นเรื่องร่างกฎหมายกัญชาไม่ตรงกัน ส่อแววร้าวหนักขึ้นไปอีก
สรุปยอด “ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565” ทะลุ 22 ล้านราย
หลังนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนของพรรคว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายกัญชา ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภา เนื่องจาก กมธ.กัญชาฯ ไม่มีการปรับแก้รายละเอียด
ในส่วนที่พรรคการเมือง และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เสนอไป พรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการลงมติไม่เห็นด้วย พร้อมมองว่าคะแนนความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ ในภาคใต้ ตอนนี้ยังดีกว่าพรรคภูมิใจไทย
ขณะที่กลุ่มสนับสนุนกัญชา ได้เดินทางมายื่นหนังสือสนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ และให้กำลังใจกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่รัฐสภา โดยนายอนุทิน เตือนว่าหากเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แล้วไม่สนใจมติวิปรัฐบาล แบบนี้ก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว นอกจากนี้นายอนุทิน ยังมองการออกมาแสดงท่าทีแบบนี้ พร้อมมองว่าการที่อีกพรรคบอกว่ามีคะแนนความนิยมดีกว่า อาจจะรู้สึกหวั่นไหว จึงแสดงท่าทีแบบนี้ ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานกรรมาธิการกัญชาฯ บอกว่าพรรคการเมืองที่เก่าแก่ ควรมีมารยาทมากกว่านี้
อีกประเด็นร้อน คือ เรื่องที่ ครม. อนุมัติหลักการกฎกระทรวงให้ต่างชาติถือครองที่ดิน 1 ไร่ แลกเงินลงทุน 40 ล้านบาท เรื่องนี้มีความเห็นจาก พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่มองว่าเรื่องนี้ เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลมีหนี้เยอะจากการกู้เงินหลายๆ ครั้ง ซึ่งการขายที่ดินให้ต่างชาติ รัฐบาลอาจมองว่าจะทำให้มีเงินไปใช้หนี้ที่มีอยู่กว่า 10 ล้านล้านบาทได้
ส่วนเรื่องนี้ ถือเป็นการขายชาติหรือไม่ อยากให้ประชาชนเป็นผู้พิจารณาเอง พร้อมฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าให้ยกเลิกร่างกฎหมายดังกล่าว หากไม่ทำแล้วพรรคเสรีรวมไทย ได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิกเอง และคนที่ทำผิดต้องได้รับโทษ เหมือนกับ คดีจำนำข้าว
สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ นับเป็นการประชุมนัดแรกในสมัยประชุมสุดท้าย ก่อนที่สภาจะครบวาระ โดยกรอบการทำงานของสภาฯ สมัยนี้ จะสิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566
หมายความว่าสภาฯ เหลือเวลาทำงานและพิจารณากฎหมายเพียง 4 เดือน หากไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจนต้องยุบสภาไปก่อน จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเร่ง ที่ทำให้หลายพรรคการเมือง พยายามผลักดันให้ร่างกฎหมายตัวเองผ่านวาระ 3 ในรัฐบาลสมัยนี้ เพราะไม่เช่นนั้นต้องกลับไปเริ่มต้น พิจารณา ร่างกฎหมายใหม่ ในรัฐบาลสมัยหน้า