นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอน ประกาศสำนักนายกฯ เกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ (กตร.) ตามมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธาน
โดยนายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าเขาฟ้องร้องกันว่าอย่างไร แต่ทราบโดยย่อว่ามีเจ้าหน้าที่มารายงานตอนที่พลเอกประวิตร ในฐานะรักษาราชการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
GULF ทุ่มหมื่นล้าน ซื้อ THCOM จาก INTUCH จ่อทำเทนเดอร์หุ้นละ 9.92 บาท
“คำตอบมีอยู่ว่าการปฏิบัติราชการแทนนายกฯ คือนายกฯอยู่และมอบให้คนนั้นดูแล ซึ่งคนนั้นจะทำหน้าที่แทนใน กตร. ไม่ได้ แต่หาก นายกฯ ไม่อยู่ ตาย ลาออก หรือไปต่างประเทศ ก็มีคนขึ้นมา อันนั้นไม่ใช่ปฏิบัติราชการแทน เป็นการรักษาราชการแทน เป็นนายกฯ ปรับ ครม. ยังได้เลย และนับประสาอะไรจะไปเป็นประธาน กตร.ไม่ได้ เพราะฉะนั้น วันนั้นเป็นการใช้อำนาจคนละอย่างกัน และวันนี้ สมมติว่านายกฯยังอยู่ แล้วนายกฯประชุม กตร. นายกฯ ขี้เกียจไป แล้วมอบหมายให้พลเอกประวิตร ถือว่าไม่ได้ แต่ถ้านายกฯไปต่างประเทศ และจำเป็นต้องประชุม กตร. วันนั้นใครที่รักษาราชการแทนนายกฯ เป็นนายกฯตัวจริง ผมบอกแล้วว่าขนาดปรับ ครม. ยุบสภา ยังได้เลย”
เมื่อถามว่า จากความเห็นของรัฐบาล แสดงว่าเรื่องนี้สามารถยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุดได้ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้วิตกอะไร ซึ่งเรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่ที่จะเตรียมอุทธรณ์อยู่แล้วภายใน 30 วัน และยืนยันว่าพลเอกประวิตรในขณะนั้นมีอำนาจเต็ม ถ้าเขาฟ้องในประเด็นดังกล่าว
ส่วนที่ศาลปกครอง ระบุว่า ภายหลัง ครม. ได้มาแก้ไขคำสั่งในวันที่ 30 กันยายน ให้พลเอกประวิตรมีอำนาจเต็ม ถือว่าไม่ถูกต้อง นายวิษณุ กล่าวว่า มีคำอธิบายว่าการแต่งตั้งในภายหลังเป็นคนละเรื่องกัน เป็นการมาแก้มติ ครม. สำหรับอำนาจของผู้ปฏิบัติราชการแทนนายกฯ เดิมการปฏิบัติราชการแทนนายกฯ เขาให้ทำแทนได้หมด ยกเว้นการบริหารงานบุคคลและงบประมาณ คราวนี้ เขาก็มายกเว้นไม่ให้ แต่ไม่ได้นำไปใช้กับกรณี กตร. เขาใช้สำหรับเรื่องอื่น