เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกันแถลงข่าว กรณีจับกุม นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา
นายนิวัตไชย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2564 มีผู้ร้องเรียนให้ช่วยดำเนินการตรวจสอบว่า นายรัชฎา มีพฤติกรรมเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์จากผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่จะไม่ต้องถูกโยกย้ายตำแหน่งหรือสับเปลี่ยนกำลังในหน่วยงานนั้น โดยมีการเรียกรับเงินไปยังหัวหน้าหน่วยงาน ซึ่งก็เป็นสำนักหรือหน่วยงานย่อยภายใต้กรม ซึ่งพบว่ามีการเรียกรับเงินรายละ 200,000 – 300,000 บาท
นายนิวัตไชย กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้วางแผนการจับกุมร่วมกับผู้เสียหาย 1 รายที่จะต้องนำเงิน 98,000 บาทไปส่งให้ โดยมีการถ่ายเอกสารธนบัตร และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาวันที่ 27 ธ.ค. เวลา 09.10 น. ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบอธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมเทปบันทึกเสียงการเจรจา เกี่ยวกับการเรียกรับเงินแต่ละหน่วยงานเป็นจำนวนเท่าไร อย่างไร ก่อนที่จะส่งเงิน 98,000 บาทให้กับอธิบดีกรมอุทยานฯ ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนที่จะขยายผลการตรวจค้นภายในห้อง พบเงินสดเกือบ 5 ล้านบาท
นายนิวัตไชย กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งพฤติการณ์และข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบว่าเป็นความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ
เบื้องต้นในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยพนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม กระบวนการจับกุม นายรัชฎา เป็นเพียงกระบวนการชั้นต้น นายรัชฎายังมีสิทธิต่อสู้คดีในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช. ต่อไป จึงยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่