พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวนายอุตตม สาวนายน และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และพลเอกวิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กลับมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐอีกครั้ง ว่าวันนี้เป็นที่น่าดีใจที่ได้ทั้ง 3 คน กลับมาทำงานให้พรรคทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อให้พรรคมีความเข้มแข็ง เพราะเป็นพรรคที่ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง
ซึ่งได้มา 2 หัวหน้าพรรคกับ 1 เลขาธิการพรรคถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
เมื่อถามว่าภารกิจคือการมาช่วยให้พลเอกประวิตรเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หรือไม่พลเอกประวิตร ตอบกลับทันทีว่าถามแบบนี้ผิดต้องให้ประชาชนเป็นคนเลือกและเป็นคนตัดสินใจ
เมื่อถามว่าตอนนี้แคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐมีเพียงคนเดียวใช่หรือไม่ พลเอกประวิตรกล่าวว่าถ้าตอบว่าไม่รู้ก็จะหาว่าตนไม่รู้อีก
ส่วนที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณณ์ เคยประกาศว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ พลเอกประวิตร นายมิ่งขวัญเป็นคนพูดก็ต้องไปถามนายมิ่งขวัญเอง แต่ยืนยันว่านายมิ่งขวัญยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐและช่วยงานด้านเศรษฐกิจ เพราะในพรรคมีงานให้ทำเยอะแยะ
เมื่อถามต่อว่าแล้วจะให้ใครเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พลเอกประวิตร กล่าวว่าตอนนี้เป็นทั้งหมด หัวหน้ามีได้หลายคน และไม่เป็นการทับไลน์กัน ส่วนนายสมคิด จาตุสีพิทักษ์ จะย้ายมาด้วยหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่าตนไม่ทราบต้องไปถามนายสมคิดเอง
เมื่อถามว่าจะป้องกันปัญหาเรื่องความขัดแย้งอย่างไรเพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองคนออกไปมีปัญหาเรื่องความขัดแย้ง พลเอกประวิตร กล่าวยืนยัน ไม่มีความขัดแย้ง ออกไปก็ไม่ได้ขัดแย้ง
ด้านนายอุตตม ให้เหตุผลถึงการย้ายกลับว่าพรรคพลังประชารัฐ ว่ายังยึดแนวคิดสร้างความปรองดอง พร้อมขอขอบคุณพลเอกประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคที่ชวนพวกตนกลับมาทำงานด้วยกันในเวลาที่ประเทศต้องการรวมพลังเพื่อเดินหน้า ตนเองถือว่าได้รับเกียรติจากพลเอกประวิตรได้มาทำงานร่วมกันเพื่อบ้านเมือง
ส่วนอีกเหตุผลคือ ตนเองก็เคยเป็นสมาชิกและเคยสร้างพรรคพลังประชารัฐมา และเคยช่วยทำเรื่องบัตรประชารัฐมา วันนี้จึงเป็นโอกาสได้กลับมาทำงานร่วมกันซึ่งพลเอกประวิตรได้ประกาศแล้วว่าจะขับเคลื่อนนโยบายบัตรประชารัฐต่อ พวกตนก็ยินดีที่จะมาทำงานสานต่อตามแนวทางก้าวข้ามความจัดแย้ง
เมื่อถามว่าที่ตัดสินใจกลับมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐเพราะ ดีลล่มกับพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ ใช่หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่าในเรื่องของเจรจาทางการเมืองอย่างที่ทราบกันว่าไม่ได้ลงตัว แต่รายละเอียดขอสงวนไว้ เพราะถือเป็นมารยาททางการเมือง แต่ไม่ได้มีอะไรขัดแย้ง
ส่วนเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐยืนยันไม่ติดใจแล้วเพราะวันนี้มาเพื่อสร้างความปรองดอง ก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่มีอะไรติดใจ เรื่องความเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมดาสามารถเกิดขึ้นได้
และยืนยัน การกลับมาพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีการเจรจาเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ส่วนพรรคสร้างอนาคตไทยก็ยังคงเดินต่อโดยจะมีผู้บริหารใหม่เข้ามาดูแลแทน และเชื่อว่าจะมีสมาชิกจากพรรคสร้างอนาคตไทยตามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐเพิ่มเติม
ทั้งนี้ยอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้ได้ปรึกษากับนายสมคิดแล้ว ซึ่งนายสมคิดก็ยินดีและสนับสนุน เพื่อมาทำงาน เพื่อบ้านเมืองในการก้าวข้ามความขัดแย้ง ส่วนความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม ส่วนนายสมคิดจะยังทำงานการเมืองต่อหรือไม่นั้นไม่สามารถตอบแทนได้ และยังไม่ทราบเรื่องการจัดลำดับบัญชีรายเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่าวันนี้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ซึ่งไม่รู้สึกแปลกอะไรเพราะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว และยินดีที่ได้กลับมาร่วมกันทำงานกับหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค การกลับมาของตนเองและนายอุตตมะคือสัญลักษณ์ในสิ่งที่ประเทศต้องการเพราะการเมืองของประเทศวันนี้อ่อนแอ เนื่องจากแบ่งออกเป็นส่วนๆ ดังนั้นสถาบันการเมืองพรรคการเมืองต้องเข้มแข็ง
ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติม ถึงกรณีของร้อยเอกธรรมนัส จะกลับมาพรรคพลังประชารัฐเมื่อไหร่นั้นพลเอกของประวิตร กล่าวว่าไม่รู้เพราะตอบแทนเจ้าตัวไม่ได้ต้องไปถามร้อยเอกธรรมนัสเอง
ขณะที่ พลเอกวิญช์ เปิดใจว่าตนอยู่กับพลเอกประวิตรมา 40 ปี เห็นว่าท่านเป็นผู้นำที่เด่นชัดมากที่สุดของการเมืองในวันนี้ดังนั้นบอกเลยว่าความโชคดีของพรรคพลังประชารัฐที่มีพลเอกประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคจะทำให้พวกเราไปสู่จุดมุ่งหมายได้สบายวันนี้มั่นใจ และทุกคนเห็นชัดว่าความเป็นหนึ่งเดียวจะนำพาให้ประเทศชาติไปได้วันนี้ขอบคุณพี่ป้อมที่ทำให้เห็นให้ทุกคนได้เห็นลูกพรรคได้เห็น ผมเต็มใจที่จะทำให้พลังประชารัฐเดินไปให้ได้และเป็นรัฐบาลให้ได้ด้วยกัน
ทั้งนี้ พลเอกประวิตร ได้ทำหน้าที่เปิดตัวสมาชิกใหม่ทั้งสามคนด้วยตนเอง โดยมีบางช่วงที่ประกาศชื่อนายอุตตม โดยพลเอกประวิตรประกาศชื่อนายอุตตม สาวนายน มาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหัวเราะออกมา