วันที่ 20 ก.พ. 2566 พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอนช. พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ตราด เพื่อติดตามโครงการแก้มลิงหนองฉุงใหญ่ อ.เขาสมิง จ.ตราด มีนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้การต้อนรับ โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำ จาก เลขาฯ สทนช. ต่อด้วยอธิบดีกรมชลประทาน เกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ และอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำได้รายงานผลการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำในพื้นที่
โดยสรุป จ.ตราด พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก มีลำน้ำสำคัญ คือแม่น้ำตราด และมีฝนตกชุกเกือบตลอดปี มีโครงการสำคัญ ที่รัฐบาลสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมและแก้ปัญหาภัยแล้ง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้แก่โครงการแก้มลิงฉุงใหญ่ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ 1,000 ไร่ 1,244 ครัวเรือนและยังช่วยชะลอการไหลของน้ำ บรรเทาการเกิดอุทกภัยพื้นที่ตอนล่าง ,โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูคลอง ทรายขาว-หนองหวีด- คุ้งกะปาง ช่วยพื้นที่เกษตรได้ 6,000 ไร่ รวมถึง โครงการ"เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคุณภาพน้ำบริโภค" และโครงการ"งานปิดกั้นคันดินกั้นน้ำเค็มชั่วคราว คลองเวฬุ-ท่าเสมอ" เป็นต้น
จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้มอบนโยบายที่สำคัญให้ สทนช. ,กรมชลประทาน ,กรมทรัพยากรน้ำ ,จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อนโครงการน้ำ ให้แล้วเสร็จ ตามแผนงานโดยเร็ว รวมถึง เข้มงวด 10มาตรการ รองรับฤดูแล้ง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ อย่างยั่งยืน ตามแนวทางพระราชดำริ ร.9 และตรงกับความต้องการของประชาชน รวมทั้งเตรียมแหล่งน้ำสำรอง โดยเฉพาะให้เร่งรัดโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด รองรับพื้นที่ EEC ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น และประเทศชาติ ต่อไป
พล.อ.ประวิตร ยังได้พบปะประชาชนที่มาให้การต้อนรับ อย่างอบอุ่น เป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้กับประชาชน ข้าราชการ ท้องถิ่น แม้จะอยู่ห่างไกลก็เดินทางมาเยี่ยม โดยประชาชนรู้สึกดีใจที่ท่านไม่ถือตัว เข้าพบใกล้ชิดได้ง่าย ดูมีเมตตา จริงใจรักประชาชน แม้ชาวบ้านที่เดือดร้อนจะอยู่พื้นที่ห่างไกลก็ไม่เคยทอดทิ้ง จึงอยากให้ท่านเป็นนายกฯ คนต่อไป
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้มีโอกาสสร้างความเข้าใจ และยืนยันต่อพี่น้องประชาชน ถึงผลของการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้ให้ความสำคัญเร่งด่วนต่อ การแก้ปัญหาเรื่องน้ำมาโดยตลอด ด้วยการมอบนโยบายกำหนดมาตรการรองรับฤดูแล้ง และเน้นปฏิบัติงานเชิงรุก มีการเตรียมความพร้อมก่อนถึงฤดูแล้ง เช่น การประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ ทั้งน้ำอุปโภค-บริโภคและการเกษตร การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ซึ่งส่งผลทำให้ปี2562- ปี2565 มีพื้นที่ประกาศภัยแล้งลดลงตามลำดับ กระทั่งปี2564-2565 ไม่มีการประกาศจาก ปภ. ว่ามีพื้นที่ใดเลย ประสบภัยแล้งอีก