เอกสารการบริจาคเงินที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของกกต.ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง นำมาประกอบการแถลงข่าวว่า กุมภาพันธ์ 2562 พบ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น บริจาคเงินให้ พรรคภูมิใจไทย 4.8 ล้านบาท
ถ้าดูแค่นี้ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ เพราะ ใครก็สามารถบริจาคเงินให้พรรคการเมืองได้ แต่นายชูวิทย์ ตั้งข้อสังเกตว่า บริษัท บุรีเจริญ ฯ ประมูลโครงการของกรมทางหลวงชนบทได้จำนวนมาก จึงมองว่า เป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรือไม่
นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ความเห็นว่า ข้อมูลที่นายชูวิทย์แฉ ถือเป็นข้อมูลตั้งต้นที่ดีในการต้องตรวจสอบ เพราะ แม้ว่า การบริจาคเงินให้พรรคการเมืองจะเป็นเรื่องปกติ แต่จากประสบการณ์ พบคนกลุ่มหนึ่งบริจาคเงินเพื่อหวังผลตอบแทนทางธุรกิจ ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบให้ลึกลงไปอีกว่า เพื่อดูว่า มีความผิดปกติหรือไม่
นายพิศิษฐ์ ยังบอกอีกว่า การบริจาคเงินให้พรรคการเมือง แม้จะเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ ก็สามารถตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐได้เช่นกัน ว่า มีความเชื่อมโยง ผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรือไม่
ขณะที่ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์พิเศษ กับ พีพีทีวี บอกว่า ตอนนี้ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานจากนายชูวิทย์เท่านั้น การบริจาคเงินให้พรรคการเมือง ตั้งไปดูกฎหมายของกกต.ก่อนว่าทำได้แค่ไหนอย่างไร หากพบว่า มีมูลความผิดเรื่องการเอื้อประโยชน์กรณีการประมูลโครงการของรัฐ กกต.จะส่งเรื่องมาให้ ป.ป.ช.พิจารณาตามขั้นตอน
ส่วนกรณีที่ นายชูวิทย์ โจมตีว่ามี 1 ในคณะกรรมการ ป.ป.ช ช่วยเหลือนายศักดิ์สยามอยู่ นายนิวัติไชย บอกว่า ยังไม่เห็น คำร้องให้ตรวจสอบเรื่องนี้ และ ที่สำคัญ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบกันเอง แต่เป็นอำนาจของรัฐสภา ส่วนตัวมองว่า เรื่องนี้ต้องไปดูที่พยานหลักฐานอีกครั้งว่า ยืนยันว่า ที่ผ่านมามีการตรวจสอบทุจริตของหน่วยงานรัฐ ในทุกฝ่ายการเมือง ทั้งรัฐบาล และ ฝ่ายค้าน อยากให้สังคมมั่นใจว่าไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติ และกระบวนการการตรวจสอบจะผ่านคณะกรรมการรวม 9คน หากมีคณะกรรมการท่านใดท่านหนึ่งเข้าไปช่วยเหลือมองว่าคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะช่วยให้พ้นผิด
ส่วนเรื่อง บริษัทบุรีเจริญฯ เป็นนอมินีตัวแทนของนายศักดิ์สยามจริงหรือไม่ นายนิวัติไชย บอกว่าตอนนี้ งต้องรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่สิ้นสุดก่อน หากศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชัดว่าผิดจริง ยืนยันว่า ป.ป.ช.จะตรวจสอบทันที