พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัวประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิดสร้างสุข ทุกพื้นที่ปลอดภัย เพื่อผู้สูงวัย และครอบครัว พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สถานการณ์โลกและสถานการณ์ประเทศไทยกำลังมีปัญหา ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ผู้สูงอายุมากขึ้นแต่คนเกิดใหม่น้อยลงซึ่งเราจะต้องมาพิจารณาร่วมกันว่าจะทำอย่างไร บทบาทของหน่วยงานภาครัฐเอกชนและครอบครัวต้องจัดเตรียมความพร้อมอย่างไร
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่าเมื่อเช้าที่ผ่านมาได้ไปงานสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบรอบ 136 ปี พร้อมระบุว่าที่ก่อตั้งกองทัพขึ้นมา เพื่อปกป้องดูแลประชาชน และประเทศชาติ โดยได้มีการพัฒนาตามลำดับ เช่นเดียวกันทุกรัฐบาลก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจซึ่งกัน และการจะร่วมมือกันนำพาประเทศไปในทิศทางใด เพื่อให้ประเทศชาติมีความเจริญเติบโตมากขึ้นทั้งนี้ก็เพื่อให้มีเงินมาดูแลประชาชนให้ได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับความรักความ ความสามัคคีที่เราต้องเดินหน้าไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
อีกเรื่องที่นายกรัฐมนตรีเป็นห่วง คือครอบครัวแบ่งกลาง ที่ให้ตา ยาย ดูลูกหลานให้ ซึ่งที่ผ่านมาให้ทุกองค์กรเข้าไปช่วยเหลือ
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อ ว่า ประเทศชาติจะเดินไปข้างหน้าก็ด้วยคนไทยทุกคนร่วมกัน ช่วยเหลือกัน ซึ่งจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับรับวิกฤตต่างๆให้ได้มากที่สุดโดยการติดตามข่าวสารที่เป็นประโยชน์
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า ถ้าทุกคนจำได้ มีบทพระราชนิพนธ์ ของรัชกาลที่ 6 ที่เมื่อเช้านี้ ตนก็พูด พอนึกออกไหม เพลงไร้รักไร้ผล
"อันชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล แม้นชาติจะย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่ได้อย่างไร"
ก่อนที่จะระบุว่ามีความหมายทุกอย่างหากเราไม่รัก ไม่สามัคคีกัน ไม่ทำให้บ้านเมืองสงบสุขเรียบร้อย บ้านเมืองเดินหน้าไปไม่ได้แน่นอน ถ้าเรายังมีปัญหาอยู่ ซึ่งตนเองก็คิดว่ามีอยู่บ้าง ก็เป็นธรรมดาของโลกที่เจริญแล้ว และคนมีความคิดที่แตกต่าง แต่จะทำอย่างไรจะกลับมาร่วมกันทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม
วันนี้ยิ่งใกล้เทศกาลสงกรานต์ จะไปกราบพระขอพรพระ ก็ขอให้ประสบความสำเร็จในช่วงปีใหม่ของไทย การทำบุญแล้วก็ต้องทำกุศล และการทำกุศลจะทำอะไรก็ได้ให้กับบ้านเมืองและประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะตอบสนองให้เรามีความสุข สิ่งสำคัญวันนี้เราต้องให้ความสำคัญกับสังคมครอบครัว ให้ได้มากที่สุด อย่าลืมว่า บ้านเมืองเราไม่ได้อยู่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่อยู่ได้ด้วยทุกคน ดังนั้นต้องช่วยกันดูแล บ้านเมือง เดี๋ยวก็จะสงบเอง และก็ทำให้บ้านเมืองให้มีความสามัคคีให้มากขึ้นโดยเฉพาะในสังคมของเราอย่าให้เป็นสังคมที่เป็นความแตกแยก สำคัญที่สุดคือสังคมครอบครัวที่ต้องมีคุณภาพไม่ว่าจะยากดีมีจนก็เป็นครอบครัวที่มีคุณภาพ รัฐบาลจะทำหน้าที่ของรัฐบาล ให้ดีที่สุด
นายกรัฐมนตรีบอก ว่า พูดแล้วเหนื่อย ก็พยายามจะพูดทุกวัน เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องบอกกล่าวว่ารัฐบาลทำอะไร และจะเดินหน้าอย่างไร ถ้าไม่พูดก็จะร่วมมือกันได้อย่างไร
ดีใจที่ได้เจอผู้สูงอายุ ชื่นชมปราชญ์ชาวบ้าน และศิลปินแห่งชาติโนราห์ ทุกคนมีความหมาย ทุกคนเป็นคนไทย และอย่าลืมชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 3 สถาบันหลักของเรา เพราะนี่คือพื้นฐานของประเทศไทย ถ้าเราไม่รู้จัก3 สถาบัน ไม่รู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหนเราจะรักประเทศไทยได้อย่างไร ตนถามตนเองอยู่เสมอในเรื่องนี้
พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมาก็พยายามทำทุกอย่าง เปิดประเทศ พัฒนาการลงทุนต่างๆก็มากขึ้น เหล่านี้จะเป็นรายได้ให้กับประเทศให้รัฐบาลในการที่จะนำไปดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนสูงวัยและคนยากลำบาก และขณะนี้เรากำลังช่วยกันสร้างบ้านหลังใหม่บ้านที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงและอาจจะต้องปรับปรุงพัฒนาทั้งหลังบ้านไหนที่ดีอยู่แล้วก็ต่อเติมบ้านในที่ทรุดโทรมก็ปรับปรุงเหมือน กำลังช่วยกันสร้างบ้านให้กับประเทศไทย
ระหว่างเดินชม นิทรรศการ นายกรัฐมนตรี ยังได้ถ่ายภาพ และเซลฟี่ กับผู้สูงอายุที่มาร่วมงาน พูดคุยใช้กำปั้นทุบไปที่อก ส่งสัญลักษณ์ มินิฮาร์ท พร้อมทำท่าดอกลำดวน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้สูงอายุ อย่างอารมณ์ดี
ระหว่างเยี่ยมชมนิทรรศการ มีผู้ร่วมงาน ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยบางคนได้ส่งนิ้วสัญลักษณ์ เบอร์ 22 ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ จับสลากได้ในระบบบัญชีรายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่กองพิธีการ ทำเนียบรัฐบาลได้เข้าขอความร่วมมือห้ามโดยเด็ดขาดเวลาถ่ายรูปร่วมกับนายกฯ อย่าทำสัญลักษณ์ชูนิ้วเบอร์แม้จะอยู่ในภารกิจของนายกรัฐมนตรีก็ห้ามส่งนิ้วสัญลักษณ์เบอร์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีระมัดระวังตัวมาก โดยเฉพาะบูธที่มีการร้องเพลง และเล่นดนตรี นายกฯปฏิเสธที่จะร่วมร้องเพลงโดยบอกว่าช่วงนี้ ห้าม เพราะอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง