อดีตคนไอทีวีสะเทือนใจ! หลังตกเป็นเหยื่อทางการเมืองอีกครั้ง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ว่าที่ ส.ส.ก้าวไกล อดีตคนไอทีวีสะเทือนใจ! หลังตกเป็นเหยื่อทางการเมืองอีกครั้ง ทั้งที่ไม่ดำเนินการธุรกิจสื่อกว่า 16 ปี ขอทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรม “พิธา”

จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปวีดิโอบันทึกการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ITV ประจำปี 2566 ที่ประธานในที่ประชุม ตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นสื่อของบริษัท ย้อนแย้งกับเอกสารรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้

อีกความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือ นายเอกราช อุดมอำนวย อดีตพนักงานไอทีวี และว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเอกสาร ยืนยัน ไอทีวีไม่ดำเนินกิจการและดำเนินธุรกิจสถานีโทรทัศน์ไอทีวีต่อไป นับแต่ 8 มีนาคม 2550

คอนเทนต์แนะนำ
สภาพอากาศวันนี้! ฝนถล่มต่อเนื่อง ฝนตกหนักบางพื้นที่ กทม.รับมือฝน 60 %

 

 

 

โดยนายเอกราช ระบุว่า ในฐานะอดีตคนไอทีวี ตนสะเทือนใจไอทีวีตกเป็นเหยื่อทางการเมืองอีกครั้ง ตนทำงานที่แรกก็ที่ไอทีวี จนกระทั่งสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ถูกยกเลิกสัญญาสัมปทานในวันที่ 7 มีนาคม 2550 ในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ตนต้องตกงานเหมือนกับพนักงานไอทีวีนับพันคน ก่อนที่ตนจะทำงานด้านสื่ออีกระยะ ไปประกอบธุรกิจส่วนตัว เคลื่อนทางการเมืองในฐานะคนอยากเลือกตั้ง และได้มาทำงานการเมืองกับพรรคก้าวไกล

“แต่เมื่อผม ได้รับเลือกเข้ามาทำหน้าที่ ส.ส.เขตดอนเมือง ของพรรคก้าวไกล และจะทำหน้าที่เพื่อโหวตให้ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่ประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกผมมาทำหน้าที่นี้และพรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 1 มากถึง 14 ล้านเสียง แต่กลับกลายเป็นว่า ประเด็นหุ้นไอทีวี ของคุณพิธา กลับถูกนำมาใช้ในทางการเมือง”

นายเอกราช ระบุอีกว่า ตนไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบตามสิทธิในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่ในฐานะอดีตคนไอทีวีรู้สึกเจ็บปวดที่ครั้งหนึ่งไอทีวีเคยตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง จนกระทั่งต้องปิดตัวลงไป และครั้งนี้การที่หุ้นไอทีวี ซี่งเคยเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ประชาชนและนักลงทุน สามารถซื้อหุ้นได้อย่างเปิดเผย มีผู้ถือหุ้นนับหมื่นราย และถูกพักการซื้อขาย รวมทั้งยุติการเป็นสถานีโทรทัศน์หรือทำธุรกิจสื่อ ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีสมัยพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ มีมติให้ยกเลิกสัญญาสัมปทานเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560 หรือ กว่า 16 ปีแล้ว ส่วนหุ้นก็หยุดการซื้อขายมายาวนาน จนออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในปี 2557

การดำเนินธุรกิจเป็นเพียงการต่อสู้คดีตามกฎหมายเท่านั้น มีรายได้จากดอกเบี้ยเงินต้นที่ไอทีวีเคยประกอบกิจการเท่านั้น แต่ขณะนี้กลับมีความพยายามที่จะทำให้ส่งผลในทางที่ไม่เป็นคุณกับนายพิธา นอกเหนือจากการตรวจสอบตามสิทธิและกฎหมาย มีการแก้ไขเอกสารต่างๆ เพื่อยังทำให้เห็นว่าไอทีวียังทำธุรกิจสื่อ รวมทั้งมีการทำหนังสือไปยังศาลปกครองสูงสุดเพื่อเร่งรัดคดีไอทีวี ให้ตัดสินภายในเดือนนี้ เพื่อให้มีผลบางอย่างทางกฎหมายกับคุณพิธาโดยตรง

“ผมรู้สึกสะเทือนใจที่มีความพยายามทำให้ไอทีวีฟื้นคืนชีพเพื่อมีจุดประสงค์เป็นเครื่องมือทางการเมืองอีกครั้ง เพื่อขัดขวางการทำหน้าที่ผู้แทนราษฏรและนายกรัฐมนตรีของนายพิธา ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน”

ตนจึงอยากเรียกร้องในฐานะอดีตคนไอทีวีที่เคยประสบชะตากรรมต้องตกงานและเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2550 ขอให้หน่วยงานต่างๆให้ความเป็นธรรมกับนายพิธา และพิจารณาอย่างรอบคอบตามหลักของกฎหมายที่มีนิติรัฐและนิติธรรม เพราะมิใช่แค่อดีตคนไอทีวีอย่างตนที่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เป็นการใช้กระบวนการกฎหมายมาทำลายความตั้งใจทำงานทางการเมืองของนายพิธา และทำลายความเชื่อมั่นและศรัทธาที่ประชาชนได้เลือกตั้งให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกลและนายพิธาอีกด้วย

รวมทั้งจะทำให้ในวงการกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันตนก็ทำหน้าที่ในฐานะทนายความและนักกฎหมายคนหนึ่งว่า หลักนิติรัฐและนิติธรรมที่ควรจะเป็น และเป็นกรณีศึกษาอีกครั้งหรือไม่ และเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญที่ห้ามถือครองหุ้นสื่อ แท้ที่จริงเพื่อการป้องกันผลประโยชน์และส่วนได้เสียทางการเมือง หรือ ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากกว่า

คอนเทนต์แนะนำ
“ก้าวไกล” เตรียมแถลงปม "หุ้น ITV" วิโรจน์ จี้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง
กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566
ภาพเงาพระธาตุบนเมฆ ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ นักวิทยาศาสตร์อธิบายได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ